รู้ทันเท่าเครื่องดื่มสำเร็จรูป รู้เท่าทันโรค

เมษาหน้าร้อนแบบนี้ เครื่องดื่มเย็นๆ หวานๆ คงจะเป็นตัวเลือกแก้กระหายสุดฮิตของใครหลายๆ คน แต่จะมีสักกี่คนกันนะที่ใส่ใจในรายละเอียดข้างบรรจุภัณฑ์ว่า เครื่องดื่มแต่ละยี่ห้อนั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง

ทำไมเครื่องดื่มสำเร็จรูปจึงทำให้เกิดโรค?

                เครื่องดื่มสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อหรือตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นนม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มเมนูฮิตต่างๆ เป็นต้น ต่างมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งน้ำตาลเป็นสารที่ทำให้สมองรู้สึกมีความสุขเมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้งยังมีการกล่าวกันว่า “น้ำตาล คือ สารเสพติดที่ถูกกฎหมาย หาง่ายและอันตรายที่สุด” เพราะน้ำตาลนั้น เป็นบ่อเกิดของโรคเบาหวาน และเมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว ก็จะมีโรคอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นขบวน ได้แก่ โรคความดันสูง โรคไขมัน โรคไต เป็นต้น แต่ไม่ต้องวิตกกังวลไป เพราะเราสามารถรู้ทันโรคเบาเหวานได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้

  1. คำนวณปริมาณน้ำตาล โดยเฉลี่ยแล้วปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคน้ำตาลของคนไทย คือ วันละไม่เกิน 6 ช้อนชา ดังนั้นแล้วก่อนดื่มเครื่องดื่มสุดโปรด ลองสังเกตข้างบรรจุภัณฑ์สักนิดว่า มีน้ำตาลปริมาณเท่าไหร่ เกินปริมาณที่กำหนดให้กินได้ต่อวันหรือไม่ ซึ่งวิธีการบอกปริมาณน้ำตาลของแต่ละเครื่องดื่มนั้นไม่เหมือนกัน แต่โดยหลักๆ แล้วจะมีด้วยกัน 2 วิธี คือ
  • บอกเป็นกรัม วิธีนี้คำนวณง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่นำ 4 มาหารกับปริมาณน้ำตาล ท่านก็จะได้จำนวนน้ำตาลที่บอกเป็นช้อนชาแล้ว เช่น บนบรรจุภัณฑ์ระบุว่ามีส่วนผสมเป็นน้ำตาล 36 กรัม ดังนั้นท่านก็นำเอา 36 / 4 = 9 ช้อนชา ที่ต้องหาร 4 เพราะน้ำตาล 1 ช้อนชามีปริมาณเท่ากับ 4 กรัม
  • บอกเป็นเปอร์เซ็นต์ วิธีการนี้เป็นวิธีที่มีความซับซ้อนกว่าวิธีแรก แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอน ขั้นแรกให้ดูปริมาณเครื่องดื่มและเปอร์เซ็นต์น้ำตาล จากนั้นนำปริมาณของเครื่องดื่ม มาคูณกับเปอร์เซ็นต์ของน้ำตาลที่โดนแปลงค่าเป็นจุดทศนิยม เช่น ปริมาณเครื่องดื่ม 450 มิลลิลิตร น้ำตาล 20 เปอร์เซ็นต์ ให้แปลงค่าน้ำตาลเป็นจุดทศนิยม โดยการใส่เลข 0. ลงไปข้างหน้า ก็จะได้ 450 x 0.20 = 90 จากนั้นให้นำ 90 ไปคูณกับความหนาแน่นของน้ำตาล คือ 1.587 ก็จะได้ 142.83 และนำ 142.83 มาหารด้วย 4 = 35.7075 เท่ากับว่าเครื่องดื่มยี่ห้อนี่มีปริมาณน้ำตาล 35 ช้อนชากว่าๆ ซึ่งเกินปริมาณมาตรฐานในการบริโภคน้ำตาลเป็นอย่างมาก
  1. เมื่อคำนวณปริมาณน้ำตาลเป็นแล้ว ให้นำปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายรับเข้าไปจากเครื่องดื่มสำเร็จรูปมาบวกรวมกับปริมาณน้ำตาลในอาหารที่คาดว่าจะต้องรับประทานทั้งวัน ซึ่งโดยเหมาะสมแล้วไม่ควรเกิน 8 ช้อนชาต่อวัน เช่น ดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลไป 3 ช้อนชา นั่นแสดงว่าในวันนั้นท่านสามารถรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลได้อีกประมาณ 3-5 ช้อนชา

ถึงแม้วิธีการคำนวณปริมาณน้ำตาลจะดูซับซ้อนไปหน่อย ถือเสียว่าเป็นการฝึกลับสมองไปในตัวด้วย และที่สำคัญยังเป็นความรู้ที่จะทำให้ท่านทั้งหลายรู้เท่าทันโรคอีกด้วย เพราะการไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐอย่างแท้จริง

Vintage Style แฟชั่นที่ไม่เคยเลือนรางไปตามกาลเวลา   

หากสังเกตผู้คนในยุคสมัยนี้ จะพบว่าแต่ละบุคคลมีบุคลิกการแต่งกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละบุคลิกนั้นก็บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนๆ นั้นได้เป็นอย่างดี และการแต่งกายในสมัยนี้มีความหลากหลายและเปิดกว้างมากกว่าในอดีต      จึงทำให้แฟชั่นในยุคก่อนๆ ฟื้นคืนชีพกลับมาเป็นแฟชั่นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน นั่นก็คือ การแต่งกายแบบแนว Vintage

การแต่งกายแบบแนว Vintage คืออะไร?

                Vintage Style คือการแต่งกายแบบแนวย้อนยุค ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบการแต่งกายแนวนี้จะนำแฟชั่นมาจากยุคใดยุคหนึ่งของอดีตก็ได้ โดยส่วนมากเสื้อผ้าที่นำกลับมาสวมใส่นั้น จะเป็นสินค้ามือสองที่มีความเป็นตำนานหรือ Limited Edition นั้นเอง เรียกได้ว่ากว่าจะหาตัวเก่งได้แต่ละตัวนั้นเลือดตาแทบกระเด็น แต่ในปัจจุบันได้มีการผลิตเสื้อผ้าแนวนี้ออกมาวางจำหน่ายเพื่อเอาใจชาว Vintage Styleโดยเฉพาะ

เลือกซื้อเสื้อผ้าแนว Vintage ได้จากที่ไหน?

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าตลาดผ้าในปัจจุบันนั้นได้มีการผลิตเสื้อผ้าแนว Vintage ออกมารองรับความต้องการของลูกค้าอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้นเสื้อผ้าที่ผลิตออกมาใหม่ในคราบแนว Vintage นั้น ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจและไม่ตอบโจทย์การแต่งตัวแก่ชาว Vintage มากนัก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นชาว Vintage ออกไปชอปปิงซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดมือสอง ซึ่งตลาดนัดมือสองใหญ่ๆ ในประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่ามีอยู่ทั่วทุกภาค เช่น

1.ตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว นับว่าเป็นแหล่งตลาดมือสองขนาดใหญ่ที่รวมสินค้ามือสองเอาไว้หลายรูปแบบ มีทั้งสินค้าแบรนด์เนมและแบรนด์ทั่วไปให้เลือกซื้อ

2.สวนจตุจักร เป็นแหล่งตลาดขายของมือสองที่รวมของหายากและของแปลกแนว Vintage เอาไว้ในเมืองกรุง ซึ่งเป็นสถานที่ที่นิยมสำหรับคนทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

3.ตลาดวังหลัง ถึงแม้ว่าตลาดวังหลังจะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ของแนว Vintage ที่วางขายอยู่นั้นนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

4.ตลาดยรรยงและตลาดทุ่งลุง จังหวัดสงขลา เป็นตลาดที่นำเข้าของมือสองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้   ซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย และเป็นตลาดสินค้ามือสองที่ชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากใครไม่สะดวกที่จะไปชอปปิงตามสถานที่ที่กล่าวมา ก็ยังเพิ่งท้อแท้ใจไป ยังมีช่องทางออนไลน์อีกช่องทางหนึ่งที่เป็นที่นิยมซื้อขายสินค้า Vintage กันอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ Instagram นั่นเอง

เสน่ห์ของสินค้ามือสองนั้น คือ สินค้าชิ้นนั้นๆ จะไม่มีการย้อนเวลากลับไปผลิตได้อีกแล้ว และการเลือกซื้อสินค้ามือสองนั้น ต้องคำนึงและพิจารณาสภาพสินค้าให้ดีอย่างถี่ถ้วนก่อนซื้อ เพราะการเลือกซื้อสินค้ามือสองนั้นเป็นเสมือนการเสี่ยงดวง บางคนก็ได้สินค้ามือสองที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ในราคาที่ถูก ส่วนบางคนนั้นอาจจะได้สินค้าที่มีตำหนิมาอยู่บ้าง

วิธีการเลือกซื้ออาหารเสริมให้ตรงกับความต้องการ

ในยุคปัจจุบันผู้คนต่างให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ หลายๆ คนจึงหันไปพึ่งพาอาหารเสริมในการดูแลรักษาผิวพรรณ จึงไม่แปลกว่าทำไมตามห้างร้านทั่วไปถึงนิยมนำอาหารเสริมประเภทต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายอย่างเกลื่อนกลาดและมีให้เลือกซื้อหลากหลายยี่ห้อ แต่จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่า อาหารเสริมแบบไหนที่ตอบโจทย์หรือถูกต้องตามความต้องการของแต่ละคน

การเตรียมตัวเองก่อนไปซื้ออาหารเสริมมาทาน                       

ด้วยความเคยชินหลายๆ คนอาจจะซื้ออาหารเสริมมาทานเองโดยปราศจากการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร แต่จริงๆ แล้ววิธีที่ดีที่สุดคือ เราควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหรือตรวจเลือด และให้แพทย์วินิจฉัยว่า ร่างกายของเราในขณะนั้นขาดสารอาหารประเภทใดบ้าง  ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่ละเลยอยู่เสมอ เพราะมีความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายที่พอๆ กับค่าอาหารเสริม และหลังจากไปพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรแล้ว ให้รับประทานอาหารเสริมตามแพทย์หรือเภสัชกรสั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามทานนอกเหนือจากคำสั่งของแพทย์หรือเภสัชกรเด็ดขาด เพราะในระยะยาวอาหารเสริมจะส่งผลเสียให้กับร่างกายของเราได้

อาหารเสริมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

โดยทั่วไปอาหารเสริมนั้นจะไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคได้โดยตรง เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างในส่วนที่ร่างกายขาดสารอาหารนั้นๆ ได้ ซึ่งอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

วิตามินซี (vitamin C) สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน เป็นหวัดบ่อยๆ นอนดึก มีปัญหาเรื่องผิวหมองคล้ำหรืออยากมีผิวพรรณสดใส สามารถเลือกซื้อวิตามินซีได้ตามร้านขายยาทั่วไป ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

วิตามินบีรวม (vitamin B complex) ประกอบไปด้วยวิตามินบีหนึ่ง สอง สาม ห้า หก เจ็ด เก้าและสิบสอง มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบการทำงานของระบบประสาท ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นแม้จะพักผ่อนน้อย มีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ อีกทั้งยังมีสารที่ช่วยทำให้สมองไม่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก และยังสามารถกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนเพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายในขณะหลับได้อีกด้วย

วิตามินอี (vitamin E) ช่วยเสริมสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ไม่ทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อเมื่อยล้าจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแผลเป็นให้จางลงและทำให้ผิวพรรณดูกระจ่างใสอีกด้วย

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมแต่ละชนิดก็จะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป ผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องรู้ว่าร่างกายของตนเองมีความต้องการที่เป็นไปในทิศทางใด และการรับประทานอาหารเสริมที่ดีที่สุดนั้นต้องเป็นไปตามแพทย์สั่งเท่านั้นหรือทานเท่าที่จำเป็นต่อร่างกาย พร้อมทั้งหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และพักผ่อนให้เพียงพอ และหากท่านรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งกับร่างกาย ให้ตั้งสติและรีบไปพบแพทย์เพื่อการรับตรวจวินิจฉัย เพราะการซื้ออาหารเสริมบางตัวมารับประทานเองนั้น ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงและอาจมีอันตรายต่อชีวิตได้

ของสำคัญที่ต้องซื้อก่อนจะไปเที่ยวทะเล

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หากได้ไปท่องเที่ยวที่สวยๆ สักแห่ง หลายคนคงจะเลือกทะเลเป็นจุดหมายปลายทาง แต่การไปเที่ยวทะเลทั้งทีนั้น จะไปแบบธรรมาดาก็คงจะอะไรอยู่ ไปแล้วต้องไปให้สนุกสุดเหวี่ยงด้วยการทำกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำ ดูปะการัง พายเรือคายัค เป็นต้น และนอกจากของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่ต้องเตรียมแล้ว ยังมีของที่สำคัญทั้ง 5 ที่ควรจะซื้อและพกพาไปด้วย

5  ไอเทมที่ควรมีเมื่อไปพักผ่อนอยู่บนเกาะ

  1. ชุดว่ายน้ำ หลายคนอาจมองว่าการใส่ชุดไปรเวทไปทำกิจกรรมทางทะเลนั้น เป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปเขาทำกัน แต่ในแง่ของความเป็นจริงแล้ว ชุดไปรเวทไม่ได้ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการทำกิจกรรมในน้ำ ดังนั้นแล้วควรที่จะต้องมีชุดว่ายน้ำไปทำกิจกรรมทางทะเล การเลือกซื้อชุดว่ายน้ำนั้นให้คำนึงถึงขนาดร่างกายของตัวเองเป็นหลัก ต้องเป็นชุดที่รัดกุม แต่ต้องไม่รัดแน่นจนเกินไป เพราะว่าชุดว่ายน้ำที่รัดกุมกับขนาดตัวของผู้สวมใส่ จะทำให้ไม่เป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการไปดำน้ำดูปะการังสวยๆ บริเวณเกาะที่ไกลห่างจากชายฝั่ง
  2. ครีมกันแดด ถึงแม้ว่าเมื่อลงน้ำทะเลไปแล้วจะรู้สึกอุ่นสบาย ไม่ได้ร้อนเหมือนตอนอยู่บนชายหาด แต่ร่างกายก็ยังโดนแดดเผาอยู่ดี ดังนั้นแล้วการเลือกซื้อครีมกันแดดนั้นต้องเลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน โดยการอ่านฉลากของแต่ละยี่ห้อให้ถี่ถ้วน ตรงนี้จะช่วยให้ผิวโดนแดดเผาน้อยลงและลดอาการแสบไหม้ของผิวหนังได้ในระดับหนึ่ง
  3. ยาสามัญประจำบ้านทั่วไป ได้แก่ ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาดม ยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น เพราะบางครั้งเราไม่อาจทราบได้ว่าตัวเราเองในขณะนั้นรับกับสภาพอากาศร้อน อาหารทะเลหรืออาหารถิ่นได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นการซื้อยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วย ถือว่าเป็นการพกพาความปลอดภัยและความรอบคอบไปด้วยในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
  4. น้ำส้มสายชู เนื่องจากทะเลไทยทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย หรือแม้แต่กระทั่งทะเลในต่างประเทศเอง ก็มีแมงกะพรุนที่มีพิษหรือที่เรียกว่าแมงกะพรุนกล่อง อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ดังนั้นแล้วไม่ควรประมาทที่จะลืมพกพาน้ำส้มชายชูติดตัวไปด้วยเสมอ เพราะเมื่อหากสัมผัสกับพิษแมงกะพรุนชนิดนี้เข้าโดยบังเอิญ อย่างน้อยเราก็สามารถปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานได้ด้วยตัวเองอย่างไว น้ำส้มชายชูจะเป็นของยี่ห้อใดก็ได้ แต่ขอแนะนำให้ท่านซื้อขนาดใหญ่ไปจะดีกว่า
  5. นกหวีด จริงๆ แล้วการซื้อนกหวีดติดตัวไปด้วย ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะหากเราต้องการความช่วยเหลือขึ้นมาในเวลาคับขัน เราสามารถเป่านกหวีดแทนการร้องขอความช่วยเหลือได้ และที่สำคัญเสียงนกหวีดนั้น ดังกว่าเสียงตะโกนของคนอย่างแน่นอน

5  ไอเทมที่แนะนำไปข้างต้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะพกติดตัวไปด้วยสำหรับการไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะการพักผ่อนอยู่บนเกาะที่ห่างไกลจากชายฝั่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการไปเที่ยวทะเล เพราะขึ้นชื่อว่าทะเลนั้น ไม่มีอะไรแน่นอนและไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยสักวัน ดังนั้นก่อนการไปเที่ยวทะเล นอกจากการเตรียมตัวเองให้พร้อมแล้ว ต้องตรวจสอบสภาพอากาศ ข่าวสาร ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด รวมทั้งใส่ใจในสัญลักษณ์และป้ายเตือนต่างๆ ตามชายหาดด้วย  และที่สำคัญที่สุดการไปเที่ยวทะเล เราควรช่วยกันรักษาความสะอาด โดยการไม่ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงทะเล เพื่อรักษาธรรมชาติสวยๆ ให้อยู่กับเราไปนานๆ

5 พฤติกรรมการซื้อของซ้ำ ๆ ของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่เข้าใจ

คุณผู้ชายหลายๆ ท่านอาจจะเคยปวดหัวกุมขมับและตั้งคำถามกับถามแฟนสาวของตนเองอยู่บ่อยครั้งว่า “ทำไมต้องซื้อของแบบเดิม ลักษณะคล้ายคลึงกันหลายอัน” แต่จริงๆผู้หญิงเป็นเพศที่มองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และแยกย่อยรายละเอียดมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ของแต่ละอันแต่ละชิ้นนั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งสี ทั้งคุณสมบัติ ตามมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่แฟนสาวของคุณซื้อมาซ้ำๆ ให้คุณผู้ชายได้สงสัยบ่อยๆ

  1. ลิปสติก อาจเป็นคำถามที่เหล่าคุณผู้ชายคาใจว่า จะซื้อทำไมในเมื่อของเก่ายังใช้ไม่หมด แถมสีที่ซื้อมาใหม่นั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย แต่ในแง่ของความเป็นจริงแล้วลิปสติกมีหลายยี่ห้อ มีหลายจุดประสงค์ในการใช้ มีหลายโทนสี ถึงแม้ว่าจะมีสีที่ใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกไม่ออก แต่เหล่าสาวๆ เขามีสัญชาติญาณในการแยกสีได้เป็นอย่างดี
  2. รองเท้า สาวๆ มักจะซื้อรองเท้าบ่อยๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งซื้อไปหยกๆ เพราะว่าสาวๆ เขาต้องการได้รองเท้าที่ทันแฟชั่นสมัยอยู่เสมอ และต้องการใส่รองเท้าให้เข้ากับชุดต่างๆ ให้ได้มากที่สุดในแต่ละครั้ง จึงไม่แปลกว่าทำไมสาวๆ ถึงซื้อรองเท้าบ่อยเหลือเกิน
  3. กระเป๋า กระเป๋าใบหนึ่งสำหรับสาวๆ อาจจะเปลี่ยนไปตามการแต่งกายเช่นเดียวกับรองเท้า ดังนั้นแล้วการที่มีกระเป๋าหลายๆ ใบ ถือว่าเป็นความสบายใจและความมั่นใจในการแต่งตัวให้เข้ากับชุดนั้นๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
  4. ครีมบำรุงหน้า คุณผู้ชายอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ครีมบำรุงหน้าตัวเดียว แต่สำหรับสาวๆ หลายคนนั้น การใช้ครีมบำรุงหน้าตัวเดียวยังไม่ตอบโจทย์และยังไม่ทำให้เกิดความพึงพอใจ เหล่าสาวๆ จึงสรรหาครีมบำรุงหน้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวมาใช้ เพื่อทำให้เกิดการบำรุงที่ตรงจุดและเพื่อเสริมความมั่นใจในการแต่งหน้าแต่ละครั้ง ดังนั้นหากหนุ่มๆ ลองศึกษาดีๆ จะพบว่า ครีมบำรุงหน้าที่เหล่าสาวๆ ประทับลงบนหน้านั้น แต่ละตัวทำหน้าที่และบำรุงแตกต่างกัน จึงไม่แปลกว่าทำไมสาวๆ ที่รักความสวยความงามถึงได้มีครีมบำรุงหน้าหลากหลายยี่ห้อ
  5. เสื้อผ้า แม้เหล่าสาวๆ จะบ่นให้คุณผู้ชายฟังอยู่บ่อยๆ ว่า “ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ทั้งๆ ที่เสื้อผ้าเต็มตู้เสื้อผ้าไปหมดจนแทบจะไม่มีที่แขวน” แต่เพราะด้วยความรู้สึกที่สาวๆ คิดว่าเพิ่งใส่ไปเองและใส่บ่อยมาก ทำให้สาวๆ เกิดความเบื่อหน่ายและจำเจกับชุดเดิมที่มีอยู่ จึงสร้างความสุขและความตื่นเต้นใหม่ให้กับตนเองโดยการซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เสียเลย

หากหนุ่มๆศึกษาพฤติกรรมการช้อปปิ้งของแฟนสาวก็จะเข้าใจว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความละเอียดอ่อนชอบพัฒนาบุคลิกภาพและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอย่างไม่หยุดหย่อน และการช้อปปิ้งนั้นเป็นความสุขที่สาวๆ หลายคนหมายปอง แต่สาวๆ ก็อย่าช้อปปิ้งเพลินจนเกินกว่ากำลังเงินของตัวเองนะ เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนแล้วอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปอีกด้วย

หน้าอกหน้าใจเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของผู้หญิง 

การเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวมักจะต้องใช้รายละเอียดเฉพาะบุคคลมากกว่าการเลือกซื้อสินค้าชนิดอื่นๆ อย่างเช่นการเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้า ชุดชั้นใน เป็นต้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องรู้ขนาดตัวของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรประมาณขนาดให้ใกล้เคียงกับผู้สวมใส่ให้ได้มากที่สุด

การเลือกซื้อชุดชั้นใน

                สาวๆหลายคนอาจเคยพบปัญหาในการเลือกซื้อชุดชั้นใน ลองแล้วลองเล่าก็ไม่ถูกอกถูกใจสักที แถมพอใส่ไปนานๆ กลับรู้สึกว่าชุดชั้นในตัวนั้นสวมใส่ไม่สบายและไม่กระชับ เหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะวันนี้จะขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อชุดชั้นในอย่างไรให้เหมาะสมกับขนาดหน้าอกของตัวเอง

  • สำรวจขนาดหน้าอกของตนเอง การซื้อชุดชั้นในให้เหมาะสมและได้ขนาดกับหน้าอกของตนเอง ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้อง แต่ต้องสังเกตให้ดี เพราะว่าชุดชั้นในแต่ละยี่ห้อนั้น มีการเทียบขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น ยี่ห้อ A ขนาด 34 C75 อาจจะมีขนาดที่เล็กหรือใหญ่กว่ายี่ห้อ B หรือ C ก็ได้ ดังนั้นแล้ว หากอยากซื้อชุดชั้นในยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ ผู้ซื้อจำเป็นต้องรู้วิธีการเทียบขนาดของแต่ละยี่ห้อ
  • นื้อผ้า เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เนื้อผ้าของชุดชั้นในควรจะต้องเป็นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหวสรีระ
  • วัสดุในการดันทรง เทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันนั้นมีความก้าวล้ำ ดังนั้นวัสดุที่ใช้ในการดันทรงชุดชั้นในนั้น มีทั้งแบบเป็นเหล็ก เป็นเหล็กผสม เป็นพลาสติก และเป็นแบบผ้าหรือที่บางคนเรียกว่าชุดชั้นในไร้ดันทรงหรือชุดชั้นในแบบกีฬา(sport) นั่นเอง ขั้นตอนการเลือกซื้อชุดชั้นในขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากเลือกผิดขนาดหรือเลือกไม่ตรงกับขนาดหน้าอก จะทำให้วัสดุดังกล่าวกดทับหน้าอกจนเป็นรอยช้ำและหากสวมใส่เป็นประจำอาจทำให้เกิดเป็นรอยช้ำถาวรได้ นอกจากนี้การซักล้างชุดชั้นในควรซักล้างด้วยมือกับสบู่อ่อนๆ และไม่ควรซักล้างกับเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ดันทรงชุดชั้นในบิดผิดรูปได้
  1. สายชุดชั้นใน ชุดชั้นในแบบมีสายยังคงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันยังเป็นจุดที่สร้างปัญหาความรำคาญใจให้กับสาวๆ ได้ไม่น้อย ฉะนั้นแล้วควรเลือกชุดชั้นในที่มีสายที่ยืดหยุ่น มีขอบข้างที่ไม่คมและมีตัวปรับระดับที่แข็งแรง แน่นเหนียวและไม่หลวม
  • ขอบผ้าชุดชั้นใน ควรเลือกซื้อชุดชั้นในที่มีการเย็บเก็บรายละเอียดเป็นอย่างดี เพราะหากเลือกซื้อชุดชั้นในที่มีการเย็บเก็บผ้าแบบหยาบๆ จะทำให้การสวมใส่นั้นเป็นไปด้วยความอึดอัด ไม่สบายตัว หรือเจ็บตัวในที่สุด เพราะการสวมใส่ชุดชั้นในในชีวิตประจำวันทั่วไปของสาวๆ นั้น ไม่ได้สวมใส่เพียงระยะเวลาสั้นๆ

หน้าอกถือเป็นเสน่ห์ทางสรีระอย่างหนึ่งของผู้หญิงทุกคน ดังนั้นแล้วการเลือกซื้อชุดชั้นใน สาวๆทุกคนควรจะตระหนักถึงความเหมาะสมและความสบาย เป็นหลัก และการเลือกสวมใส่ชุดชั้นในที่ถูกต้องนั้นจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สาวๆ ได้อย่างแน่นอน

ซื้อของในห้างสรรพสินค้าอย่างไร ในยุคเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศเป็นไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก หลายๆ คนจึงเกิดความตื่นตัวในการเตรียมพร้อม ทั้งหาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มและหาโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายลง แต่มีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยสักวัน นั่นคือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการบริโภคประจำวัน หรือ การกินนั่นเอง วันนี้จึงมานำเสมอวิธีลดค่าใช้จ่ายสำหรับใครก็ตามที่มีความประสงค์อยากประหยัดสตางค์ในส่วนนี้

ช่วงเวลาที่ควรไปซื้อของในห้าง

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในบ้านเรา ต่างก็มีกลวิธีในการค้าขายที่แตกต่างกันไป แต่จะมีอยู่วิธีหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้ามักจะนำมาใช้ทุกวัน คือ การลดราคาอาหารสดนั่นเอง ในช่วงเวลาก่อนห้างปิดประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะเป็นช่วงเวลาที่ห้างสรรพสินค้าได้นำเอาสินค้าสดมาลดราคา เพราะทางห้างสรรพสินค้าถือคติที่ว่าการระบายสินค้าออกเป็นตัวเงินถึงแม้จะต้องลดราคา ก็ย่อมดีกว่าการระบายสินค้าออกด้วยการเป็นของเสียที่ไม่ได้อะไรเลย

สินค้า 5 ชนิดที่ควรซื้อก่อนเวลาห้างปิด

1.ประเภทผัก ผลไม้ หากไปซื้อก่อนเวลาห้างปิดสักหน่อย คุณก็จะได้ผักและผลไม้ที่มีราคาถูก แต่บางครั้งสภาพสินค้าอาจจะไม่ได้สวยเต็มร้อยเหมือนสินค้าที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ ราคาก็จะลดหลั่นกันไปตามสภาพสินค้า แต่โดยรวมถือว่าสินค้ายังอยู่ในสภาพที่สามารถรับประทานได้

2.ประเภทอาหารปรุงสด เช่น แกง อาหารตามสั่ง เป็นต้น อาหารพวกนี้เป็นอาหารที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้เกินวัน เพราะจะเสียทันทีในวันถัดมา ดังนั้นแล้วหากคุณเป็นคนที่มีพื้นที่จำกัดในการทำอาหาร หรือชีวิตประจำวันของคุณนั้นเร่งรีบ อาหารจำพวกนี้สามารถตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากราคาอาหารจะถูกแล้ว รสชาติของอาหารนั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

3.ขนมไทย เป็นอาหารที่ทางห้างสรรพสินค้าลดราคาทุกวัน มิหนำซ้ำบางชิ้นยังซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอีกด้วย โดยเฉพาะขนมไทยที่มีส่วนผสมมาจากกะทิ

4.ประเภทนม เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่มีอายุสั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสินค้าประเภทนี้ต้องอาศัยการสังเกตจากวันที่ผลิต เพราะโดยปกติแล้วทางห้างสรรพสินค้าจะลดราคาสินค้าประเภทนี้ก่อนวันหมดอายุจริงที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ประมาณ 3-4 วัน

5.เนื้อสัตว์สด เนื้อสัตว์ในห้างจะมีอยู่สองประเภทคือ แบบแช่แข็งและแบบสด แต่แบบสดจะมีการนำมาลดราคาเพื่อเร่งการขายสินค้าให้หมดทันท่วงทีก่อนที่สินค้าจะเปลี่ยนสภาพ โดยส่วนมากสินค้าประเภทเนื้อสัตว์สดที่ลดราคานั้นจะเป็นสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว  

อาหาร 5 ประเภทนี้มีอายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นานนัก ทางห้างสรรพสินค้าจึงเลือกนำมาลดราคาตอนห้างใกล้จะปิด เนื่องจากดูแนวโน้มจากการขายมาทั้งวัน หากขายไม่หมดจริงๆ ก็ต้องนำมาลดราคา เรียกได้ว่ามีเงิน 100 บาท ก็สามารถซื้ออาหารได้หลายอย่างเลย ดังนั้นแล้วหากเราไม่สามารถเปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจและฐานเงินเดือนของเราให้ดีขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังไป เพราะในยุคนี้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตให้เราได้เลือกอีกมากมายหลายทาง และนี่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คุณได้มีโอกาสประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น

10 สินค้าท้องถิ่นตามวิถีชาวบ้านจากเมืองเหนือ

ภาคเหนือเป็นภาคที่มีกลิ่นอายประเพณีและวัฒนธรรมที่ชัดเจนไม่แพ้ภาคใดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทั้งด้านภาษา ด้านอาหาร ด้านประเพณีและวัฒนธรรม รวมไปถึงวิถีชีวิตทางการเกษตร

ลักษณะสถานที่ท่องเที่ยว

ภาคเหนือตั้งอยู่บนที่ราบสูง ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือ คือ ภูเขาหรือม่อนและดอยในภาษาเหนือเป็นหลัก ผู้คนส่วนมากนิยมไปเที่ยวภาคเหนือในฤดูหนาว เนื่องจากมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย ประกอบกับมีดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานในช่วงหน้าหนาว จึงทำให้ทั้งบรรยากาศและทัศนียภาพในหน้าหนาวนั้น สวยงาม สบายตา เหมาะสมแก่การพักผ่อนส่งท้ายปี หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศจากธรรมชาติจนเป็นที่พอใจแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนมากมักจะแวะท่องเที่ยวในเมืองก่อนเดินทางกลับ เพื่อซื้อของฝากไปให้กับคนรู้ใจ ดังนั้นไปดูกันสิว่าสินค้าใดบ้างที่ได้รับความนิยมในการเลือกซื้อ

  1. น้ำพริกหนุ่ม ทำมาจากพริกหนุ่ม กระเทียมและหอมแดง ที่ผ่านการย่าง นำมาปลอกเปลือกและโขลกอย่างหยาบๆ ผสมกับน้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว มีจำหน่ายตามท้องตลาดและขายร้านของฝากทั่วไป มีทั้งแบบสดและแบบสำเร็จใส่บรรจุภัณฑ์
  2. แคบหมู ขึ้นชื่อว่าเป็นของคู่เมืองของชาวเหนือเลยก็ว่าได้ มีหลายแบบให้ลิ้มลอง เช่น แคบหมูกระจก แคบหมูไร้มัน แคบหมูธรรมดา เอาไว้กินคู่กับน้ำพริกหนุ่มและข้าวเหนียวร้อนๆ
  3. ไส้อั่ว เป็นอีกสินค้าที่มีชื่อเสียงไม่แพ้แคบหมูเลยทีเดียว มีรสชาติถึงเครื่องเทศที่อัดแน่นภายในไส้ สามารถนำมาอุ่นและพร้อมรับประทานได้ทันที
  4. เสื้อผ้าสไตล์ชาวดอย หลายคนนิยมใส่กัน เพราะความน่ารักของชุดชาวดอยที่ผสมผสานกับวิถีชาวบ้าน มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกหลายสีสันตามความชื่นชอบ
  5. ใบชาสำเร็จรูป เนื่องจากภาคเหนือเป็นแหล่งปลูกชาพันธุ์ดี ทำให้รสชาติชาที่ชงออกมานั้นก็จะมีความหอมละมุนกว่าชาที่อื่น ดังนั้นแล้วหลายคนจึงนิยมเลือกซื้อใบชาสำเร็จกลับมาฝากคนรู้ใจ
  6. สตรอเบอร์รี่ เป็นสินค้าที่แทบจะไม่มีใครพลาดในการซื้อกลับไปเป็นของฝากเลย เพราะสตรอว์เบอร์รีจะมีวางจำหน่ายเฉพาะหน้าหนาว มีให้เลือกหลายขนาดและหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่อื่นอีกด้วย
  7. ข้าวแต๋นน้ำแตงโม เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำมาจากข้าวเหนียว และราดด้วยน้ำตาลปี๊บเคี้ยวเหนียว
  8. ข้าวซอยตัด เป็นขนมยอดฮิตของชาวเหนือ ซึ่งทำมาจากแป้งสาลีผสมกับไข่ จากนั้นนำมาทอดและราดด้วยน้ำอ้อยเคี้ยวหรือน้ำตาลปี๊บ
  9. แหนมหรือจิ๊นส้ม นับว่าเป็นสินค้าที่เดินไปทางไหนในภาคเหนือ ก็จะเห็นวางขายในหลายๆร้านแน่นอน เพราะแหนมของทางภาคเหนือนั้นมีรสชาติที่อร่อยและกลมกล่อม
  10. เมล็ดกาแฟ สำหรับคอกาแฟแล้วไม่ควรพลาดการซื้อเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีจากการไปเที่ยวภาคเหนือ เนื่องจากเมล็ดกาแฟของทางภาคเหนือนั้นมีรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากการคั่วที่ชัดเจน

หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเมืองเหนือในหน้าหนาว อย่าลืมอุดหนุนสินค้าของคนในท้องถิ่นเป็นหลักนะ ถือเป็นการสนับสนุนสินค้าของคนในท้องถิ่นและสนับสนุนให้คนในท้องถิ่นได้มีอาชีพอย่างยั่งยืนอีกด้วย

5 สินค้าธรรมดาของชาวไทยที่กลายเป็นสินค้าโดนใจของชาวมาเลเซีย

ประเทศไทยมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ ทิศเหนือติดต่อกับประเทศพม่าและลาว ทิศตะวันออกติดต่อกับลาวและกัมพูชา ทิศตะวันตกติดต่อกับพม่า และทิศใต้ติดต่อกับมาเลเซีย จึงทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศขึ้น ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่แตกต่างกันไป  อย่างที่จะกล่าวคือ ประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีกฎหมายควบคุมสินค้าข้ามแดนที่เข้มงวดเป็นอย่างมากและสินค้าบางประเภทนั้นไม่มีจำหน่ายในประเทศ ดังนั้นจึงทำให้ชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อซื้อสินค้าที่ต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง

5 สินค้าไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวมาเลเซีย

  1. ขนมประเภทซองทุกชนิด เนื่องจากในประเทศมาเลเซียมีการวางจำหน่ายขนมประเภทซองที่ไม่หลากหลายเหมือนประเทศไทยนัก และบางยี่ห้อนั้นออกจำหน่ายรสชาติเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นแล้วการซื้อขนมประเภทซองจึงเป็นวัตถุประสงค์ขั้นแรกๆ ของการมาเยือนเมืองไทยเลยก็ว่าได้
  2. ข้าวสาร เป็นสินค้าที่ทางรัฐบาลมาเลเซียไม่ได้เปิดเสรีการซื้อให้กับคนในประเทศมากนัก จึงทำให้ในประเทศมาเลเซียมีให้เลือกซื้อทานได้ไม่กี่สายพันธุ์ อีกทั้งข้าวสารพันธุ์ไทยนั้นมีรสชาติและคุณภาพที่ดีกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เราจะเห็นชาวมาเลเซียซื้อข้าวสารคราวละหลายๆ ถุงอย่างมีความสุข
  3. ผลไม้ตามฤดูกาล เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะราคาผลไม้ที่ซื้อในประเทศไทยนั้น มีราคาถูกและหลากหลายสายพันธุ์กว่าผลไม้ที่ซื้อในประเทศตัวเอง เช่น มังคุด ทุเรียน มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จึงซื้อผลไม้ตามฤดูกาลของไทยไปเป็นของฝากก่อนกลับประเทศตนเอง
  4. พระเครื่อง ถึงแม้ว่าประเทศมาเลเซียจะให้ความสำคัญกับชาวมุสลิมเป็นอันดับหนึ่ง แต่ประชากรส่วนหนึ่งของประเทศนั้นมีทั้งชาวจีน ชาวอินเดีย และอื่นๆ ดังนั้นแล้วมีชาวมาเลเซียบางท่านให้ความสนใจในเรื่องของพระเครื่องเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการเข้ามาท่องเที่ยววัดวาอารามในประเทศไทย พร้อมทั้งบูชาพระเครื่องกลับบ้านตัวเองไปอย่างเลื่อมใสศรัทธา
  5. เสื้อผ้า ถือเป็นสินค้ายอดนิยมอีกสินค้าหนึ่งที่ชาวมาเลเซียนิยมซื้อ โดยปกติจะนิยมซื้อเสื้อผ้าทั่วไปตามท้องตลอดหรือในห้างเป็นหลัก แต่หากเป็นช่วงเทศกาล ความต้องการซื้อก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ เพราะนอกจากเสื้อผ้าจะมีสีสันฉูดฉาดตาแล้ว ยังมีราคาถูก สวมใส่สบาย และสามารถเก็บไว้เป็นเสื้อที่ระลึกได้อีกด้วย

สินค้าเหล่านี้หากมองโดยสายตาชาวไทยแล้ว ล้วนเป็นเพียงสินค้าธรรมดาที่พบเจอได้ทั่วไปในท้องตลาด แต่สำหรับชาวมาเลเซียแล้วคือสินค้ายอดฮิต ที่สามารถซื้อกลับไปใช้ไปกินในประเทศเขาได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นแล้วเราต้องช่วยกันรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในด้านการค้า โดยการซื้อขายอย่างตรงไปตรงมาดุจกับว่าเขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง ไม่โก่งราคา และให้การต้อนรับกับพวกเขาอย่างอบอุ่น เพียงเท่านี้ เขาก็จะกลับมาอุดหนุนสินค้าในประเทศเราอย่างต่อเนื่องแน่นอน

5 สิ่งที่ผู้หญิงต้องซื้อเมื่อช้อปปิ้ง

                ขึ้นชื่อว่าช้อปปิ้งผู้หญิงหลายคนคงตาลุกวาว เพราะอาจเรียกได้ว่าการช้อปปิ้งแทบจะอยู่ในสายเลือดของผู้หญิงยุคปัจจุบันหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่แย่ ๆ หรือวันที่ไม่เป็นใจของเธอเหล่านั้น ทุกอย่างก็สามารถเยียวยาได้ด้วย “การช้อปปิ้ง” นั่นเอง

5 สิ่งที่ผู้หญิงต้องพุ่งเข้าใส่เมื่อพวกเธอได้ช้อปปิ้ง คงหลีกหนีไม่พ้นสิ่งเหล่านี้

  1. เครื่องสำอาง ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ย่อมจะต้องแต่งหน้าก่อนออกจากบ้านแทบทุกครั้ง เพราะการแต่งหน้าเปรียบเสมือนการเพิ่มหรือการสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงขึ้นมาได้บ้าง เพราะนอกจากการแต่งหน้าจะเป็นการเสริมบุคลิกของพวกเธอแล้วนั้น การแต่งหน้ายังช่วยปกปิดจุดบกพร่องบนใบหน้าต่าง ๆ ที่พวกเธอไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นอีกด้วย
  2. เสื้อผ้า นับเป็นอีกไอเทมหนึ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับสาวนักช้อปอย่างแน่นอน เพราะการแต่งกายที่สวยงามสะดุดตา ก็เป็นที่ต้องการของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อชุดที่สวมใส่ทำให้ผู้หญิงดูดี ได้รับคำชมด้วยนั้น จะยิ่งเสริมแรงบวกให้ผู้หญิงมีพลังในการช้อปปิ้งเพิ่มมากขึ้นด้วย และผู้หญิงก็ย่อมต้องการใส่เสื้อผ้าที่ทันสมัย มีการอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการซื้อเสื้อผ้าเป็นประจำของผู้หญิงจึงถือเป็นเรื่องปกตินั่นเอง
  3. รองเท้า นี่ก็สำคัญไม่แพ้กัน รองเท้าก็เป็นตัวเสริมบุคลิกภาพของผู้หญิงให้ดูสวยงาม ยิ่งหากสวมรองเท้าที่เข้ากับชุดแล้วนั้น จะยิ่งทำให้ดูดี มีความมั่นใจให้ผู้หญิงเพิ่มเข้าไปอีกด้วย รองเท้าจึงนับเป็นสิ่งของที่ผู้หญิงย่อมมีมากกว่าหนึ่งชิ้น เพื่อเปลี่ยนรองเท้าแต่ละคู่ในแต่ละวันให้แมทซ์กับชุดในแต่ละวันนั่นเอง
  4. กระเป๋า นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีราคาเช่นกัน หากเทียบกับสิ่งของทั้ง 3 สิ่งที่กล่าวมา เพราะกระเป๋าเป็นสิ่งที่ผลิตมาสำหรับใช้ได้ยาวนานกว่า จึงมีมูลค่าหรือราคาแพงตามไปด้วย แต่แม้กระเป๋าจะมีราคาแพงกว่า 3 สิ่งที่กล่าวมากี่เท่าตัวก็ตาม ผู้หญิงนักช้อปส่วนใหญ่ก็ยังคงเห็นกระเป๋าเป็นเครื่องประดับมากกว่าคิดว่าเป็นสิ่งของใช้สอยปกติ จึงทำให้นักช้อปส่วนใหญ่จำต้องซื้อกระเป๋าไว้หลาย ๆ ใบเช่นกัน เพื่อให้การแต่งตัวนั้นแมทซ์กันทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋านั่นเอง
  5. ต่างหู แม้ต่างหูจะถือเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งของ 4 สิ่งที่กล่าวมา แต่ต่างหูบางคู่ก็อาจมีราคาแพงกว่าก็ได้ เพราะหากวัสดุที่ใช้ในการผลิตเป็นเพชร คริสตัล หรืออัญมณี ก็ย่อมต้องมีราคาสูงกว่าอย่างแน่นอน และเนื่องจากผู้หญิงย่อมต้องการแต่งตัวให้ดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทุกอย่างที่กล่าวมาทั้ง 5 สิ่ง ย่อมต้องแมทซ์หรือเข้ากันได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้หญิงจะมีต่างหูหลายๆ คู่ไม่แพ้สิ่งของที่กล่าวมาเลย

                นอกจาก 5 สิ่งที่ผู้หญิงช้อปปิ้งเป็นประจำแล้วนั้น ยังมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับผู้หญิงเพื่อเสริมความมั่นใจด้วย เช่น การเสริมสวย การออกกำลังกาย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นการดูแลตัวเอง เพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี สร้างความมั่นใจให้ตนเองนั่นเอง