18 สิ่งที่จำเป็น ที่ต้องมีเวลาเดินทางต่างจังหวัด

“วันหยุด” ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ หลายคนก็จะมีการวางแผนการเที่ยว หากไปเที่ยวแบบเช้าไป เย็นกลับก็คงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แต่หากไปสัก 2 คืน 3 วัน หรือบางคนอาจนานกว่านั้น สิ่งของที่ต้องเตรียมไปด้วยก็จะมากขึ้นไปด้วย ดังนั้น เพื่อไม่ให้มีอะไรตกหล่น วันนี้เรามาทำเช็คลิสต์กันดีกว่า ว่ามีอะไรที่จำเป็นบ้าง

1.ของใช้ส่วนตัว อาทิ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า มาส์กหน้า มีดโกนหนวด เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ฯลฯ เหล่านี้สำคัญ เพราะส่วนใหญ่เราจะยังใช้ของเหล่านี้ในช่วงก่อนเดินทาง เรียกได้ว่า ต้องแพ็คลงกระเป๋าเป็นสิ่งสุดท้าย ดังนั้น เพื่อป้องกันการตกหล่น ให้หยิบมารวมกันไว้เป็นจุดเดียวกันก่อน พอใช้เสร็จก็ค่อยแพ็คลงกระเป๋า

2.ยาและอุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้น พวกยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาพาราเซตามอล เบตาดีน ยาหม่อง ยาแก้เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน และโดยเฉพาะยาสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว แพ็คไปพร้อมกับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาทิ สำลี แอลกอฮอล์ เป็นต้น

3.เงินสด “ขาดเธอ…เหมือนขาดใจ” ขาดไม่ได้ ลืมไม่ได้เลยสิ่งนี้ ก่อนเดินทางเที่ยว ควรคำนวณให้ดีว่าทริปนี้ต้องใช้เงินสดประมาณเท่าไหร่ ถ้าพกเยอะเกินไปจะเป็นอันตรายหรือไม่ หรือยุคนี้สามารถจ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้แล้ว อาจจะต้องหาข้อมูล วางแผนกันสักหน่อย

4.บัตรสำคัญต่าง ๆ อาทิ บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิต หรือบัตรเดบัตรบิตต่าง ๆ ควรหาข้อมูลว่าที่ไหนที่เราคาดว่าน่าจะรับบัตรเครดิตได้ เพราะจะได้ไม่ต้องเสี่ยงพกเงินสดจำนวนมาก

5.กระดาษทิชชู่ ในที่นี้หมายรวมทั้งกระดาษทิชชู่แห้งและทิชชู่เปียก เผื่อเวลาทานอะไรแล้วหกเลอะเทอะก็จะได้หยิบใช้ได้สะดวกไม่ต้องไปวิ่งรถหาซื้อกันใหม่ หรือบางครั้งจะเข้าห้องน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ เกิดน้ำไม่ไหลขึ้นมา เราจะได้ไม่ต้องกังวล

6.ถุงพลาสติก หรือที่เรียกกัน “ถุงก๊อปแก๊ป” นั่นเอง เตรียมไปสัก 10 ใบ เผื่อใส่ขยะ หรือเสื้อผ้าที่เปียกชื้นได้

7.พาวเวอร์แบงค์ เผื่อไว้ เพราะไปเที่ยวอาจถ่ายรูป อาจเซลฟี่เพลินไปหน่อย จะเปลืองแบตเตอรี่หน่อยก็ตอนลงโซเชียลนี่แหละ

8.ที่ชาร์จต่าง ๆ เอาไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์จของมือถือ หรือของพาวเวอร์แบงค์ เป็นอีกหนึ่งรายการที่ “ขาดเธอ…เหมือนขาดใจ”

9.สมุดโน้ตกับปากกา อยากจดอะไรที่เกี่ยวกับการเดินทาง จดได้เลย อาทิ จดบันทึกการเดินทาง จดเบอร์ร้านอาหาร เบอร์เพื่อน เบอร์ที่พัก ฯลฯ

10.รองเท้าแตะ สิ่งนี้ก็จำเป็นไม่แพ้สิ่งอื่น ๆ เลย เพราะเวลาเราอยากจะเดินเล่นชิลล์บ้าง อะไรบ้างก็ต้องเป็นรองเท้าแตะนี่แหละ สบายสุด

11.น้ำเปล่า แนะนำซื้อยกแพ็คเลย ได้ใช้แน่นอน ยิ่งถ้ามีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยเยอะ ๆ ยิ่งคุ้มมาก

12.แว่นตากันแดด เอาไว้ใช้ตอนที่เราแอบงีบแล้วไม่อยากให้เพื่อน ๆ รู้ เอ้ย! ไม่ใช่ เอาไว้ใช้เวลาที่เราต้องขับรถแล้วต้องเผชิญหน้ากับพระอาทิตย์ ซึ่งหากเราต้องขับรถแล้วมองทางได้ไม่ชัดเจน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

13.ปลั๊กสามตา บางที่พักปลั๊กยังเป็นแบบสองตาอยู่ และที่สำคัญตอนกลางคืนต้องชาร์จให้เต็ม เพราะกลางวันต้องใช้โทรศัพท์มือถือเซลฟี่ รูปน้อย…ยอมไม่ได้นะ

14.ไฟฉายขนาดพกพา สิ่งนี้ก็ควรมีอย่างยิ่ง เผื่อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่คิดจะพักค้างคืนที่อุทยาน ควรมีไว้และควรเช็คถ่านหรือแบตเตอรี่ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

15.กล้องถ่ายรูป มีหลายคนที่ชอบเดินทาง และชอบเล่นกล้อง สิ่งนี้เรียกได้ว่าต้องพกติดตัวกันเลยทีเดียว

16.ร่มพับ เพราะอากาศบ้านเราไม่แน่นอน ฝนตกแต่แดดจ้า ซึ่งทั้งสองสภาพอากาศต้องการร่มทั้งคู่

17.โทรศัพท์มือถือ เมมเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ พร้อมใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

18.ที่เปิดขวดแบบพกพา เป็นไหม ตอนที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มแบบไม่ต้องใช้ที่เปิดขวด ดันพกไป แต่พอต้องการจะใช้ ดันไม่มี ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียอารมณ์ พกไปเลยดีกว่า

เป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าได้ทำเช็คลิสต์แบบนี้ก่อนการเดินทาง รับรองไม่มีพลาด ยกเว้น…ลืมหยิบเข้ากระเป๋า จบกัน

เลือกสร้อยคอแบบไหน ให้เข้ากับเสื้อ

สไตล์การแต่งตัวของผู้หญิงในโลกนี้ และยุคนี้นั้นมีหลากแบบ หลายสไตล์ บางคนชอบใส่เครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแหวน สร้อยข้อมือ หรือต่างหู ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่ชอบใส่สร้อยคอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรให้เข้ากับเสื้อที่กำลังจะเลือกมาสวมใส่

สร้อยคอแบบนี้ ต้องเสื้อแบบไหน?

1.คอปาด กับ สร้อยยาว

สำหรับสาว ๆ ที่เลือกใส่เสื้อคอปาด ที่มีลักษณะของเสื้อที่โชว์ส่วนบ่าของเราเล็กน้อย สร้อยที่ควรใส่คู่กันควรเป็นสร้อยที่มีลักษณะยาว ๆ เพราะจะได้เป็นการบาลานซ์กันระหว่างคอเสื้อที่ปาดตื้น และจะทำให้สาว ๆ ดูไม่อวบอ้วนอีกด้วย

2.คอกว้าง กับ สร้อยที่สั้นติดคอ หรือ สร้อยที่ยาวลงมา

หากสาว ๆ สวมเสื้อในลักษณะนี้ สร้อยที่เลือกควรเป็นแบบถ้าไม่สั้นไปเลยแบบเหนือคอเสื้อ ก็ให้ยาวลงมาเลย ยิ่งถ้าหากเป็นสร้อยสั้นแล้วล่ะก็ จะส่งผลให้สาว ๆ คนนั้นดูเป็นคนที่มีความั่นใจทำอะไรคล่องแคล่วอีกด้วย

3.คอวี กับ สร้อยที่สั้นเหนือคอเสื้อ

สำหรับเสื้อคอวี เหมาะกับสาวเจ้าเนื้อ เพราะจะทำให้ดูเพรียวขึ้น ดังนั้น การเลือกสร้อยให้เข้ากับเสื้อคอวี ควรเป็นสร้อยที่สั้นเหนือคอเสื้อ เพราะจะทำให้ลุคของเราดูไม่ระย้า หรืออุ้ยอ้าย

4.คอกลม กับ สร้อยที่ควรยาวเลยคอเสื้อลงมา

สร้อยจะต้องยาวเท่าไหร่สำหรับเสื้อคอกลม? ยาวเท่าไหร่ก็ได้ตราบใดที่ไม่อยู่พอดีคอเสื้อ จะยาวมากลางหน้าอก หรือเลยหน้าอกลงไปก็ได้

5.คอปก กับ สร้อยที่ติดคอ

เหมาะที่สุดกับสร้อยที่ติดคอไปเลย แต่ควรมีขนาดเล็ก หรือไม่ถ้าจะเป็นขนาดใหญ่ ควรใส่ไว้ใต้ปกเสื้อในลักษณะที่เหมือนใช้เหน็บใต้ปกเสื้อก็จะดูสวย ดูหรูไปอีกแบบ

6.คอรูปหัวใจ กับ สร้อยที่สูงกว่าคอเสื้อ

คอเสื้อรูปหัวใจนี้เหมาะอย่างเดียวกับสร้อยที่อยู่เหนือคอเสื้อ เพราะหากใส่สร้อยที่ยาวเกินไป จะทำให้เสื้อผ้าและสร้อยดูไม่น่าสนใจ

7.คอถ่วง กับ สร้อยยาวเลยหน้าอกลงไป

จริง ๆ ด้วยความเป็นคอถ่วงก็ทำให้ดูดีอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่เลยก็ได้ แต่หากต้องการใส่สร้อยจริง ๆ แนะนำว่าควรเป็นสร้อยที่ยาวเลยหน้าอกลงไป

8.คอเต่า กับ สร้อยยาวเลยหน้าอกลงไป
ด้วยความที่เสื้อคอเต่าเป็นเสื้อที่มีความสูงของคอปีนขึ้นไปจนปิดบริเวณคอเกือบทั้งหมด มีลักษณะเป็นผ้าเรียบ ๆ ดังนั้น การเลือกสร้อยที่จะให้เหมาะสมที่สุดนั้น ควรเป็นสร้อยที่มีลักษณะยาวเลยหน้าอกลงไป ซึ่งจะทำให้ดูมีบุคลิกดูเรียบหรูขึ้นมาเลยทีเดียว

9.เกาะอก กับ สร้อยสั้น หรือไม่ก็ยาวเลยหน้าอก
หืม ฟังดูแล้วดีจัง ไม่ต้องมานั่งเลือกกันมากในเรื่องของความยาวสร้อย เพราะเสื้อในลักษณะนี้เป็นเสื้อที่เปิดไหล่ โชว์ไหล่กว้าง ไม่ว่าจะเลือกเป็นสร้อยที่ติดคอ สร้อยสั้น สร้อยที่มีความยาวเท่าขอบเสื้อเกาะอก หรือแม้กระทั่งสร้อยที่มีความยาวเลยหน้าอกลงไป ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เราดูเป็นสาวมั่น สาวเปรี้ยว พร้อมทำงาน ทำกิจกรรมในทุก ๆ วัน

แรก ๆ สาว ๆ อาจจะต้องปรับตัวนิดหน่อยกับการเลือกเสื้อและเลือกสร้อยให้เสริมบุคลิกกัน แต่การที่สาว ๆ แต่งตัวดี ดูน่าสนใจ น่ามอง ก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งในเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยภาพเฉพาะอย่างยิ่งหากเราต้องไปพบลูกค้าหรือไปสัมภาษณ์งานด้วยแล้ว “First Impression” มีผลมากทีเดียว แอบกระซิบนิดหนึ่ง เสื้อผ้าดี สร้อยสวยแล้วก็อย่าลืมหน้ากับผมนะ ควรดูให้เข้ากันด้วย

สินค้ามือสอง มองกี่ที ก็มีดีเยอะ

“สินค้ามือสอง” คำ ๆ นี้สำหรับบางคนยังคงรู้สึกว่าเป็นของที่ไม่น่าใช้ และต้องการจะใช้แต่สินค้าที่เป็นเฉพาะมือหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมา ความคิดของบางคนก็เปลี่ยนไป เพราะของบางอย่างเราเองก็ต้องการใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ ดังนั้น การที่จะให้ไปลงทุนซื้อสินค้ามือหนึ่งแพง ๆ มาเลยก็คงจะเป็นการสิ้นเปลืองเกินไป และที่สำคัญมากไปกว่านั้น ของมือสองหลาย ๆ อย่างยังอยู่ในสภาพดีอยู่เลย

ของมือสอง จะลอง จะเลือกอย่างไรดี?

ต้องบอกอย่างนี้ว่าการเลือกซื้อหรือเลือกใช้สินค้ามือสองสำหรับบางคนมันคือ “ความสุข” ความสุขที่ได้เดินดูสินค้า ความสุขที่ได้เลือกซื้อของที่ตัวเองตามหามานาน ความสุขที่ได้สะสมสินค้าในหมวดหมู่ที่ตัวเองชอบ และอีกหลาย ๆ ความสุขตามมา

คำถามคือ เวลาที่เราจะเลือกซื้อสินค้ามือสองสักชิ้น จะมีหลักอะไรในการเลือกซื้อบ้าง?

1.สภาพและราคา

สองสิ่งนี้มักจะมาคู่กันเสมอ เวลาที่เราจะควักกระเป๋ามาจับจ่ายสินค้าอะไรสักชิ้น เราก็คงต้องดูแล้ว ดูอีก ส่องแล้ว ส่องอีก เรียกได้ว่าตาเกือบเหล่กันทีเดียว เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่เราจะซื้อกลับบ้านนั้นมีตำหนิมากหรือน้อยแค่ไหน เหมาะสมกับราคาหรือไม่ และสุดท้ายจะต่อราคาลงมาอีกได้หรือเปล่า ซึ่งบางคนก็ขอแค่ให้ได้ต่อราคาเป็นพอใจ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ แบบนี้ก็มี

2.เติมเต็มความสุข

การเลือกซื้อสินค้ามือสองนั้น ถ้าจะว่าตามจริง ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มากมายเลย ปวดหัวเปล่า ๆ เอาง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ ถามตัวเองก่อนว่า “สิ่งนี้เราอยากได้จริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่อารมณ์ชั่ววูบ?” “ถ้าเป็นสิ่งที่เราตามหามานาน อยากได้จริง ๆ แต่ราคาแพงไปหน่อย จะสู้ราคาไหวหรือไม่?” และสุดท้าย “สินค้าชิ้นนั้นมาเติมเต็มความสุขให้เราจริงหรือไม่?”

ยุคนี้สมัยนี้สินค้ามือสอง เรียกได้ว่าแทบจะมีขายกันทุกประเภท อาทิ เสื้อผ้าผู้ใหญ่ เสื้อผ้าเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า นาฬิกา รองเท้า ของใช้เด็ก จักรยาน ฯลฯ โดยมีทั้งที่ร้านขายของมือสองโดยเฉพาะ ตลาดนัดแบบเปิดท้ายขายของ และขายแบบออนไลน์ มีทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ บางร้านมีทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งบางชิ้นยังมีสภาพดีอยู่ แถมยังซื้อมาได้ในราคาที่ถูกกว่ามือหนึ่ง ที่สำคัญ สินค้ามือสองบางชิ้นยังสามารถใช้ได้ทนอีกด้วย เรียกได้ว่า คุ้มค่าทีเดียว

แต่ในขณะที่สินค้ามือสองบางประเภทต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการเลือกสักหน่อย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดนตรี เครื่องประดับ หรือเป็นสินค้าที่มีมูลค่า เป็นต้น

นับวันการซื้อ-ขายสินค้ามือสองจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดหากไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองหาเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง เดินชมสินค้ามือสองดู ไม่แน่…อาจจะติดใจ และหลงใหลในเสน่ห์ของมันก็ได้

สร้างความ “โรแมนติก” ให้กับบ้าน ใครว่ายาก

เมื่อพูดถึงคำว่า “บ้าน” ด้วยรูปแบบทางด้านสถาปัตยกรรมภายนอกก็มีให้เราได้เลือก ได้สร้างกันหลายรูปแบบ หลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นแนวโมเดิร์น แนวคลาสสิก แนวโอเรียนทัล ฯลฯ หนำซ้ำยังมีเรื่องของสไตล์การตกแต่งภายในอีก ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ควรจะสอดคล้องกับตัวอาคารภายนอก แต่การที่จะทำให้บ้านน่าอยู่ บ้านดูอบอุ่น หรือรู้สึกได้ถึงความโรแมนติกแล้วล่ะก็ เพียงแค่เพิ่ม “โคมไฟ” เข้าไปให้ถูกที่ถูกทาง แค่นี้ก็ทำให้เจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือนตกหลุมรักบ้านเราได้ไม่ยาก

วางแผนการติดตั้งและเลือก “โคมไฟ” ให้เหมาะสม

วัตถุประสงค์ของการใช้ “โคมไฟ” นั้นมีได้หลายอย่าง อาทิ ใช้เพื่อเน้นในจุดนั้น ๆ  เวลาที่เปิดไฟ ใช้เพื่อตกแต่งตัวอาคารหรือภายในห้อง แต่สำหรับบางคน เน้นการใช้สอยโคมไฟแบบเป็นแสงรองเลยก็มี คือ เรียกได้ว่าถ้าเวลาพลบค่ำหรือเวลาจะเข้านอนก็จะใช้ไฟจากโคมไฟเป็นหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศในบ้านแทน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การวางแผนในการติดตั้งโคมไฟ เป็นเรื่องสำคัญ หากติดตั้งได้ถูกที่ถูกทางแล้วล่ะก็ จะทำให้บ้านน่าอยู่ และดูอบอุ่นมากทีเดียว แต่หากไม่ได้มีการคิดวางแผนล่วงหน้า เกิดการติดตั้งผิดที่ผิดทาง เรียกว่าปวดหัว คิดจนตัวตายเลยทีเดียว เพราะต้องแก้กันยาว ทั้งรื้อและทั้งติดตั้งใหม่ เดินสายไฟใหม่ ที่สำคัญ เสียเงินค่าจ้างใหม่ แค่คิดก็เหงื่อตกแล้ว

การเลือก “โคมไฟ” ให้เหมาะกับแต่ละส่วนของบ้านนั้นควรคำนึงเรื่องประโยชน์การใช้สอยให้สูงสุด เช่น โคมไฟสำหรับห้องนอน ควรเลือกไฟที่ส่องเน้นเป็นจุด เช่น เน้นเฉพาะหัวเตียง สำหรับผู้ที่ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน หรือเฉพาะโต๊ะทำงานในห้องเดียวกัน ไม่เลือกแบบที่ส่องสว่างทั่วห้อง สำหรับห้องครัว ควรเน้นแสงและเลือกมุมที่เห็นแสงได้ชัดเจน หรือแม้แต่ห้องรับแขก ที่ใช้รับรองแขกผู้มาเยือนและห้องนี้ดูจะเป็นห้องที่เจ้าของบ้านจะใช้เวลามากที่สุดในแต่ละวัน การเลือกใช้ไฟควรเลือกติดตั้งในจุดที่ไม่ย้อนแย้งกับสายตา เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญให้แล้ว ยังทำให้อรรถรสในการพักผ่อนดูทีวี หรือซีรี่ย์สุดโปรดต้องเสียไปอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังจะตกแต่งบ้าน ต้องการเพิ่มความโรแมนติกให้กับทั้งบ้าน และผู้อยู่อาศัย ตลอดจนสร้างความประทับใจแก่แขกผู้มาเยือนแล้วล่ะก็ หากยังคิดไม่ออกว่าจะเพิ่มเติมส่วนไหนดี ลองมาพิจารณาเรื่องของ “โคมไฟ” กันดู เพราะนอกจากตำแหน่งในการติดตั้งที่แล้ว  ยังมีในเรื่องของรูปทรงและการออกแบบที่หลากหลาย ซึ่งมีผลต่อทิศทางของแสง ลองเลือกให้เข้ากับตัวบ้านและห้องนั้น ๆ  ที่สำคัญ อย่าลืมวางแผนให้ดีก่อนติดตั้ง รับรองว่าบ้านหลังนี้ “เจอะอย่างนี้ ใครไม่รักก็…”

ผ้าพันคอ เป็นมากกว่าแค่ผ้าป้องกันความหนาว

เมื่อลมหนาวมา เราจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน สำหรับสาว ๆ ที่หยิบผ้าพันคอมาเป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันความหนาว ทั้งมีหลากสีสัน นับเป็นอุปกรณ์ป้องกันความหนาวให้กับสาว ๆ ที่เปรียบเสมือนแฟชั่นฤดูหนาวเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่สาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีผ้าพันคอมากกว่าหนึ่งชิ้นติดไว้ในตู้เสื้อผ้า รอวันเข้าสู่ฤดูหนาวที่จะได้หยิบผ้าพันคอมาใส่นั่นเอง

สารพัดประโยชน์ด้วยผ้าพันคอ

                ผ้าพันคอนอกจากจะใช้ป้องกันลม หรืออากาศที่หนาวเย็นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้แล้วนั้น ผ้าพันคอยังสามารถใช้ในประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย เพื่อเพิ่มลูกเล่นในการแต่งตัว ให้มีความเก๋ สดใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถหยิบผ้าพันคอมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับเสื้อผ้าได้อย่างลงตัว เช่น

ผ้าพันคอกับการตกแต่งทรงผม เราสามารถนำผ้าพันคอ เพิ่มลูกเล่นในการตกแต่งทรงผมได้ อีกทั้งยังเหมาะกับทุกทรงผม ไม่ว่าจะเป็นสาวผมสั้น หรือสาวผมยาวก็ตาม สามารถหยิบเอาผ้าพันคอมาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มลูกเล่นจัดแต่งทรงผม เช่น นำผ้าพันคอมาทำเป็นที่คาดผม หรือนำผ้าพันคอมาใช้มัดผม จะเป็นการเพิ่มสีสันและเพิ่มลูกเล่นให้กับทรงผมอย่างโดดเด่น ด้วยลวดลายและสีสันของผ้าพันคอจะยิ่งเพิ่มความน่าสนในตัวคุณมากยิ่งขึ้น

ผ้าพันคอกับการตกแต่งกระเป๋า จะเห็นได้ค่อนข้างเยอะในปัจจุบันที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนนำผ้าพันคอมาพันกับสายกระเป๋า เพิ่มเพิ่มความสวยงามให้กับกระเป๋านั่นเอง เพราะส่วนใหญ่ผ้าพันคอจะเน้นสีสันของผ้า และลวดลายที่ปักหรือสกรีนบนผ้า เมื่อนำผ้าพันคอไปพันไว้กับสายกระเป๋า เป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋า ก็จะทำให้กระเป๋าของคุณดูโดดเด่น สะดุดตามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้ผ้าพันคอเป็นอุปกรณ์ตกแต่งกระเป๋าได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสาน กระเป๋าสะพาย หรือกระเป๋าถือก็ตาม

ผ้าพันคอกับการตกแต่งเสื้อผ้า เราสามารถนำผ้าพันคอที่มีลักษณะหลายรูปแบบ หลากสีสัน หลายรูปทรง มาเป็นส่วนหนึ่งในการเล่นการแต่งตัวของคุณได้ สามารถนำผ้าพันคอมาตกแต่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้ โดยอาจนำผ้าพันคอที่มีสีสันและลวดลายเข้ากับชุดที่เราใส่ มาเป็นเข็มขัด ใช้เป็นผ้าผูกเอว เพิ่มลูกเล่นในการแต่งตัว ทำให้เราสนุกกับการแต่งตัว และเพิ่มความเก๋ให้กับชุดของคุณมากยิ่งขึ้นด้วย

                จะเห็นได้ว่าหากเรามีความคิด มีความริเริ่ม ใช้ความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์แล้วละก็ เราจะสามารถนำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าแค่ประโยชน์หลักของสิ่งของนั้น ๆ เช่นผ้าพันคอที่กล่าวถึงนี้ เราก็สามารถนำมามิกซ์กับการแต่งตัว ซึ่งหากเรามีความครีเอทแล้ว ก็สามารถนำผ้าพันคอมาเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัวได้ในทุกสไตล์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากผ้าพันคอมีหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ หากเราเลือกใช้ผ้าพันคอสักผืนหนึ่งที่เข้ากับเราหรือการแต่งตัวในวันนั้น ๆ ได้แล้ว การแต่งตัวในวันธรรมดา ๆ นั้น ก็จะดูโดดเด่นไม่ธรรมดาขึ้นมาได้เลย

เลือกหมวกอย่างไรให้กับเรา ใส่แล้วดูดียิ่งขึ้นไปอีก

                เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งเราใส่หมวกใบนี้แล้วดูเข้ากับเรา แต่พอเป็นหมวกอีกใบที่มีรูปแบบต่างกัน ทำไมถึงไม่เข้ากับตัวเราเลย เหตุก็เนื่องมาจากรูปหน้าของเราไม่เข้ากับหมวกใบนั้น ๆ นั่นเอง เพราะหมวกมีหลายรูปทรง ดังนั้นเราจึงควรเลือกรูปทรงของหมวกให้เข้ากับรูปหน้าของเรา เพื่อเพิ่มความสดใส และทำให้ผู้สวมใส่มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วย

หมวกทรงไหนบ้างที่เข้ากับเรา

  1. Fedora Hat หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า หมวกทรงไมเคิล ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์ไหนก็สามารถใส่หมวกทรงนี้ได้ เพราะลักษณะหมวกมีปีกยื่นออกมาแต่ไม่มากเท่าหมวกปีกกว้าง จึงสามารถใส่ได้กับทุกการแต่งตัว อีกทั้งยังช่วยให้ดูทะมัดทะแมง ทันสมัย และเท่ด้วย แนะนำสำหรับสาวหน้ากลมและสาวหน้าเหลี่ยมใส่แล้วรับรองสวยเป๊ะ
  2. Beanie Hatถือเป็นหมวกที่ฮอตสุด ๆ ในหมู่หนุ่มสาวเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นหมวกแฟชั่นประจำฤดูหนาวอีกด้วย ส่วนใหญ่มีสีหวานๆ บวกกับลักษณะของหมวกที่ส่วนใหญ่ทำมาจากผ้า ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมพรม หรือผ้าชนิดอื่น ๆ ที่ค่อนข้างมีความหนา จึงเป็นการเพิ่มให้หมวกชนิดนี้ดูมีความอ่อนหวาน ละมุน และสามารถใส่ได้เกือบทุกรูปหน้าเลย ยกเว้นรูปหน้ากลม คงไม่เหมาะสักเท่าไร
  3. Beret Hatเป็นหมวกที่มีลักษณะทรงกลม แบน ไม่มีปีก ใส่แล้วจะทำให้ดูเปรี้ยว เฉี่ยว และดูไฮโซ ส่วนใหญ่มักจะใส่แบบเอียง ๆ ทำให้ดูเก๋มากขึ้น หมวกทรงนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ รูปหน้าหัวใจ เพราะหมวกมีลักษณะค่อนข้างเล็ก หมวกรูปทรงนี้จึงเปรียบเสมือนหมวกที่ใส่เป็นเครื่องประดับ เพื่อเพิ่มลูกเล่นในการแต่งตัว หมวกทรงนี้จึงไม่เหมาะกับสาวที่มีใบหน้ากลม หรือใบหน้าเหลี่ยม เพราะจะเป็นการเน้นรูปหน้านั่นเอง
  4. Newsboy Capหรือ หมวกฟักทอง ลักษณะของหมวกจะเป็นทรงกลมและมีปีกหมวกด้านหน้า หมวกทรงนี้เหมาะสำหรับสาวหวาน อีกทั้งหากแต่งตัวในชุดเดรสหวานๆ แล้วละก็จะยิ่งเพิ่มความหวานแบบสาวเฟมินีนมากขึ้นไปอีก หรือหากแม้จะแต่งตัวเพียงแค่ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ หยิบหมวกทรงนี้มใส่ก็ทำให้ดูมีความเฉี่ยว ทะมัดทะแมงแต่แอบซ่อนความหวานไว้ในตัวด้วย
  5. Beach Hat หรือ Summer Hat เชื่อว่าหมวกทรงนี้เวลาไปเที่ยวทะเล สาว ๆ ต้องมีกันอย่างแน่นอน เพราะเป็น หมวกปีกกว้าง ที่นิยมใส่กัน ส่วนใหญ่จะเป็นหมวกแบบสาน ใส่แล้วเข้ากับบรรยากาศของทะเลสุด ๆ อีกทั้งยังช่วยกันแดดได้ดีอีกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นหมวกชนิดที่สาน หมวกชนิดนี้จึงสามารถเข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัวเลยทีเดียว และหมวกชนิดนี้ก็สามารถเข้าได้กับทุกรูปหน้าอีกด้วย

                สามารถใส่หมวกได้ทุกโอกาส แต่หากเป็นพิธีการแบบทางการหรือกึ่งทางการแล้วละก็ ไม่ควรสวมหมวกไปงานนั้น ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะสวมหมวกในวันลำลอง วันสบายๆ ที่ไม่ต้องทำงาน หรือไม่มีพิธีการใด ๆ หากไม่มีพิธีการแล้ว ก็สามารถใส่หมวกได้แทบทุกโอกาสเลยทีเดียว

อยากหน้าเด็กลง เปลี่ยนลุคเป็นผมสั้นช่วยได้นะ

ทรงผมกับหน้าตาและการแต่งกาย เป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกถึงบุคลิกภาพของคนได้เป็นอย่างดี สื่อถึงการดูแลตัวเอง ใส่ใจและปรนนิบัติตัวเองเพื่อให้มีความสดใส ซึ่งในปัจจุบันนี้ผมสั้นไม่ได้หมายถึงเด็กสาววัยรุ่นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นสาววัยไหนในยุคนี้ ก็สามารถหั่นผมสั้น เพื่อช่วยเพิ่มความสดใส มีความแคชชวล มีลุคส์ที่ดูสบาย ๆ ได้

ผมสั้นเหมาะกับสาวช่วงอายุเท่าไร

                เมื่อสาว ๆ เริ่มมีอายุที่มากขึ้น ไม่ว่าใครก็อยากลดอายุตัวเองลงด้วยกันทั้งนั้น แต่บางทีเราก็ไม่สามารถต้านทานกฎของธรรมชาติได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองให้ดูดีในแบบฉบับและที่เหมาะกับอายุของเราได้ ซึ่งการตัดผมสั้นนั้นสามารถตัดได้ทุกวัยเลยทีเดียว เพียงแต่เลือกทรงผมสั้นให้เหมาะสมกับวัยและรูปหน้าของตัวเองก็เป็นพอแล้ว ดังนั้นผู้หญิงทุกวัยสามารถตัดผมสั้นได้ เพียงแต่ขอให้มีความมั่นใจในตนเอง สิ่งนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่เสริมให้ผู้หญิงมีความสวยในแบบตนเองได้แล้ว

ผมสั้นดูแลง่ายหรือยากกว่าผมยาว

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะผมสั้นหรือผมยาว ล้วนต้องมีความใส่ใจดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีผมสั้นหรือยาวก็ย่อมต้องดูแลเส้นผมเหมือนเดิม ดังนั้นไม่ว่าจะผมสั้นหรือผมยาวก็ต้องการการดูแลสุขภาพเส้นผมเท่า ๆ กันนั่นเอง

ผมสั้นมีแบบไหนบ้าง ???

ผมสั้นแบบซอยสั้น  ทรงผมสั้นแบบซอยสั้นนี้เหมาะกับสาวที่ค่อนข้างมีความมั่นใจในตนเองสูง เพื่อสร้างความโดดเด่นในบุคลิก และเพิ่มความเฉี่ยวเปรี้ยวให้กับตนเอง แต่แม้จะเป็นผมซอยสั้น ก็ต้องเซทผมเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับทรงผมทรงนี้ด้วย จึงจะดูมีลูกเล่นและมีความดูเป็นสาวมั่นใจในตนเอง

ผมสั้นระดับหู เป็นทรงผมสั้นที่มีความยาวเพิ่มมาอีกนิดกว่าผมซอยสั้น ลุคส์นี้จะเหมาะกับสาวที่มีรูปหน้าไข่ ซึ่งสาว ๆ ที่มีใบหน้าเหลี่ยมหรือใบหน้ากลม ควรหลีกเลี่ยงผมสั้นในระดับนี้ เพราะจะเป็นการเน้นรูปหน้าให้ดูชัดเจนขึ้น แต่สาวรูปหน้าไข่ หากตัดผมสั้นระดับนี้ หรือมีการเพิ่มลูกเล่นผมสั้นระดับนี้ด้วยการตัดผมหน้าม้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าม้าปกติ หรือหน้าม้าแสกข้าง ก็จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ เพิ่มความสดใสให้กับตนเองมากยิ่งขึ้นด้วย

ผมสั้นระดับบ่า  ผมสั้นระดับจะเพิ่มความหวานให้กับสาวๆ ได้มากกว่าผมสั้นที่กล่าวมาทั้งสอง เพราะผมสั้นระดับจะเพิ่มความอ่อนหวาน ละมุนให้กับสาว ๆ มีความเฟมินีนไม่แพ้สาวผมยาวเลย อีกทั้งหากมีการเซทผมสั้นระดับนี้ให้มีความพอง สวอนปลายให้มีความงุ้ม เพิ่มวอลลุ่มให้ทรงผมขึ้นมาละก็ สาวทรงผมสั้นระดับบ่านี้จะยิ่งมีความเป็นผู้หญิงแบบเต็มตัวเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต่างจากความหวานของสาวผมสั้นระดับบ่า กับสาวผมยาวนั้น คือสาวผมสั้นระดับบ่าจะดูมีความได้เปรียบในเรื่องการลดอายุให้ดูเด็กลงด้วย

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นสาวผมสั้นระดับไหน ก็ทำให้สาว ๆ ดูเด็กลง โกงอายุลงได้ด้วย เพิ่มความมั่นใน และความสดใสในตนเองได้อีกด้วย

วิธีการเลือกต่างหูให้เข้ากับรูปหน้า สวยดี ใส่แล้วมีความมั่น

เรื่องการแต่งตัวเป็นที่ยอมกันไม่ได้เลยสำหรับสาว ๆ ยุคนี้ ไม่ว่าจะแต่งเพื่อให้สวย ดูดี หรือแต่งเพื่อบุคลิกภาพที่ดูดีแก่ผู้พบเห็นก็ตาม ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี นับเป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลตัวเอง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า “คุณรักตัวเอง”

การแต่งตัวของผู้หญิงสมัยนี้ ต้องมีความเป๊ะปัง แม้ไม่อลังการ แต่ก็เน้นความสดใส ซึ่งการใส่ต่างหูให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ในแต่ละวัน ก็เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้แก่การแต่งตัว อีกทั้งยังเพิ่มความสนุกสนานในการแต่งตัวอีกด้วย จากการที่นำต่างหูมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับเสื้อผ้า หน้าผม

เลือกใส่ต่างหูยังไงให้เข้ากับรูปหน้าตัวเอง

                เพราะรูปหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีรูปหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้นสาว ๆ จึงควรเลือกต่างหูให้เข้ากับรูปหน้าตนเอง เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มความสวยให้กับตนเองได้ด้วย

สาวหน้ากลม รูปหน้ากลมจะมีรูปหน้าที่ใหญ่ ทำให้ดูมีแก้ม ดังนั้นการเลือกใส่ต่างหูในรูปแบบที่เหมาะสมก็ช่วยพรางรูปหน้าให้สาว ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นสาวๆ รูปหน้ากลมจึงควรเลือกต่างหูที่มีความยาวลงมา มีความห้อยระย้า ต่างหูเป็นพวงใหญ่ ๆ ระย้าลงมา เน้นต่างหูเพื่อให้รูปหน้าดูเล็กลง และเพื่อพรางให้รูปหน้าดูมีความยาวขึ้นนั่นเอง

สาวหน้าเหลี่ยม ปัญหาของสาวหน้าเหลี่ยมคือ ลักษณะกรามที่ใหญ่และแก้มมีความโหนกนูน ทำให้ใบหน้าไม่ค่อยมีความอ่อนหวานละมุน ดูแข็ง ๆ ทื่อ ๆ ดังนั้นจึงควรเลือกต่างหูที่มีความกลมมน ไม่ว่าจะเป็นต่างหูทรงกลมรี รูปทรงไข่ รูปทรงหยดน้ำ ก็จะช่วยพรางให้ใบหน้าของสาวหน้าเหลี่ยมดูมีความละมุน ดูซอฟท์ขึ้นด้วย แต่สาว ๆ หน้าเหลี่ยมควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งกับต่างหูรูปทรงเหลี่ยม เพราะจะยิ่งทำให้เน้นรูปหน้าให้ดูเหลี่ยมขึ้นอีกนั่นเอง

สาวหน้ารูปหัวใจ สาวหน้ารูปหัวใจจะมีลักษณะของใบหน้าที่มีโหนกแก้มมากเกินไป ดังนั้นจึงควรเลือกต่างหูรูปทรงสามเหลี่ยม รูปทรงพัด รูปทรงหยดน้ำ หรือรูปทรงต่างหูที่มีฐานกว้างมากกว่าช่วงบน เพื่อเน้นรูปหน้าส่วนด้านล่าง มากกว่ารูปหน้าส่วนด้านบนที่ทำให้เน้นโหนกแก้ม และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงต่างหูรูปทรงที่ปลายมีแหลมคอดลงมา

สาวหน้ารูปไข่ สำหรับสาวหน้ารูปไข่ ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดเลย กับการเลือกต่างหู เพราะพวกเธอสามารถเลือกต่างหูรูปแบบใด หรือชนิดใดก็ได้ เนื่องจากรูปหน้าชนิดนี้สามารถเข้าได้กับทุกแบบของต่างหูเลยทีเดียว

                อย่างไรก็ตาม หากผู้หญิงเรามีความมั่นใจในตนเอง จะเลือกสวมใส่อะไร แม้จะเลือกแล้วเลือกอีกเพื่อให้เหมาะสมกับตนเอง แต่หากไม่มีความมั่นใจในตนเองแล้วนั้น ความสวยก็จะไม่ปรากฏออกมาให้ได้เห็นแน่นอน ดังนั้นสาว ๆ จึงควรมีความมั่นใจในแบบฉบับความสวยของตนเองเป็นสิ่งพื้นฐานที่ควรมีนั่นเอง

5 แหล่งช้อปปิ้งราคาเบา ๆ ที่ผู้หญิงนิยมไปกัน

คงไม่แปลกถ้าผู้หญิงจะคู่กับการช้อปปิ้ง เพราะการช้อปปิ้งถือเป็นการพักผ่อน เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่พวกเธอได้ ผู้หญิงบางคนอาจต้องการการพักผ่อนโดยการไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นริมหาด แต่ก็เชื่อได้ว่ามีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อย ที่การพักผ่อนของพวกเธอก็คือการ “ช้อปปิ้ง” นั่นเอง

เพราะผู้หญิงย่อมคู่กับของสวย ๆ งาม ๆ สิ่งประดับแปลกใหม่ ดังนั้นจึงย่อมเป็นธรรดาที่ผู้หญิงจึงชอบไปแหล่งช้อปปิ้ง เพราะจะได้ซื้อหาสิ่งของสวย ๆ งาม ๆ สิ่งประดับแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ ๆ

รวบรวม 5 แหล่งช้อปปิ้งราคาโดน ๆ ให้สาว ๆ มีที่ไหนบ้างมาดูกัน    

1. สวนจตุจักร นับเป็นแหล่งช้อปปิ้งทั้งของผู้หญิงและของผู้ชาย อีกทั้งยังสามารถไปได้ทุกวัยอีกด้วย เนื่องจากสวนจตุจักรมีสินค้าหลากชนิดให้เลือกสรรกัน ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ สัตว์เลี้ยงหลากชนิด ถือได้ว่ามีแทบจะทุกอย่างเลยก็ว่าได้ ดังนั้นสวนจตุจักรจึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งหนึ่งที่สาว ๆ นิยมไปช้อปกัน และนอกจากจะมีสิ่งของให้เลือกอย่างมากมายแล้ว ราคาก็ยังอยู่ในโหมดที่จับต้องได้อีกด้วย

2. สยามสแควร์ เมื่อพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งแล้วนั้น จะไม่เอ่ยถึงสยามสแควร์ก็คงไม่เข้าที เพราะสยามสแควร์เป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหญ่ใจกลางเมือง ที่เป็นจุดนัดพบหรือนัดออกมาช้อปปิ้งกันแห่งใหญ่แห่งหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งสยามสแควร์ก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หมุนเวียนกันมาช้อปปิ้งในแต่ละวันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์หรือวันหยุดยาว

3. แพลตตินั่ม ตลาดเสื้อผ้าแห่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งเป็นศูนย์ค้าปลีกและค้าส่งแห่งใหญ่ ดังนั้นเมื่อสาว ๆ นัดกันไปช้อปปิ้งเป็นกลุ่มใหญ่ หลาย ๆ คนจึงเลือกไปแพลตตินั่ม เพราะหากซื้อเสื้อผ้าหลายชิ้นพร้อม ๆ กัน เราก็จะได้ราคาสินค้าแบบขายส่ง ซึ่งก็ทำให้ประหยัด ช้อปปิ้งสนุกแบบมีความสุขขึ้นไปอีก

4. ตลาดวังหลัง เมื่อพูดถึงตลาดวังหลังนั้น สาว ๆ ต้องนึกถึงอาหารเป็นลำดับแรกแน่นอน เพราะตลาดวังหลังมักมีของกินที่หากินได้ยาก แต่เราสามารถหากินได้ที่ตลาดวังหลังแห่งนี้ในราคาถูก แถมอิ่มท้อง สบายกระเป๋าอีกด้วย เดินเพลินๆไป จะพบเจอได้ทั้งอาหารทั่วไป หรือของกินที่หากินได้ยาก รวมถึงงานแฮนด์แมดที่ทำมืออีกด้วย เรียกได้ว่ามาเดินตลาดวังหลังจะได้ทั้งอิ่มท้อง และหิ้วของกลับบ้านกันแบบเมื่อยแขนเลยทีเดียว

5. ยูเนียนมอลล์ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ที่รวบรวมสินค้าหลากชนิดเชิญให้มาชมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่ถึงแม้ยูเนียนมอลล์จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งติดแอร์ แต่ราคาสินค้าก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิดเลย เพราะยูเนียนมอลล์เน้นขายสินค้าให้วัยรุ่นถึงวัยกลางคน ดังนั้นราคาสินค้าจึงไม่แพง เพื่อให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

หากเรามีการวางแผนในการช้อปปิ้งล่วงหน้า ดูว่าการไปช้อปปิ้งครั้งนี้เราต้องการไปซื้ออะไร เน้นสิ่งสำคัญที่เราต้องการเป็นหลักก่อน ดังนั้นจึงเลือกสถานที่ที่จะไปช้อปปิ้งให้ตรงจุดประสงค์ของเรา เท่านี้การช้อปปิ้งของเราก็จะคุ้มค่า คุ้มเวลา และคุ้มกับเงินในกระเป๋าอีกด้วย

กระเป๋าแบบไหนที่สาว ๆ 2018 ใช้กัน

                สาวๆ ในปัจจุบันนี้นอกจากทำงานเก่งแล้ว ยังดูแลตัวเองได้ดีอีกด้วย ทั้งอาหารการกิน การออกกำลังกาย รวมถึงการแต่งตัว ซึ่งสาว ๆ 2018 นี้ มีบุคลิกภาพดี ๆ กันทั้งนั้น การแต่งตัวนับเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล ซึ่งการแต่งตัวของผู้หญิงยุคนี้ ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้า หน้าผมเพียงเท่านั้น แต่ผู้หญิงสมัยนี้ดูแลครบองค์ประกอบไปจนถึงรองเท้า กระเป๋ากันเลยทีเดียว เพื่อให้ลุคของตัวเองดูดีที่สุด

มาดูแบบกระเป๋าที่สาว ๆ นิยมใช้กัน

กระเป๋าสะพายข้าง เป็นกระเป๋าที่ถือได้ว่าเป็นรูปแบบที่ฮิตตลอดกาลเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นรูปแบบกระเป๋าที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งยังเข้าได้กับทุกชุดที่ผู้หญิงสวมใส่อีกด้วย จึงไม่แปลกที่กระเป๋าทรงนี้จะเป็นแบบกระเป๋าชนิดหนึ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดตู้ไว้อย่างแน่นอน เผลออาจมีมากกว่าหนึ่งใบด้วยซ้ำ

กระเป๋าถือ ด้วยรูปแบบของกระเป๋าถือนั้น จะมีความเรียบ แต่หรูดูดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สาว ๆ จึงนิยมใช้กระเป๋าถือทั้งในชีวิตประจำวัน หรือใช้ออกงานต่าง ๆ อีกทั้งกระเป๋าถือก็ไม่เน้นความหวือหวา แต่เน้นความเรียบหรู ดังนั้นแค่สาว ๆ ใส่เสื้อผ้าในวันสบาย ๆ ชิล ๆ คูล ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ในมือถือกระเป๋าถือสักหน่อย ก็ทำให้สาว ๆ ดูเด่นแบบไม่หวือหวาขึ้นมาแล้ว ซึ่งกระเป๋าถือก็มีหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้กันตามโอกาสด้วย เช่น กระเป๋าถือใบใหญ่หน่อย จุสิ่งของได้เยอะ ก็เลือกใช้ในวันสบาย ใส่ของไปทำงาน ไปเที่ยว หรือหากเป็นกระเป๋าถือใบเล็ก ๆ ก็ดูเรียบหรู สามารถถือออกงานต่าง ๆ ได้เลยทีเดียว กระเป๋าถือจึงอยู่ในใจสาว ๆ ไม่แพ้กระเป๋าแบบอื่น ๆ นั่นเอง

กระเป๋าคาดเอว ปัจจุบันนี้ผู้หญิงมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน กระเป๋าแบบคาดเอวก็เป็นกระเป๋าอีกรูปแบบหนึ่งที่สาว ๆ ยุค 2018 นิยมใช้กัน เพราะมีความคล่องตัวสูง ไม่ต้องคอยถือหรือคอยสะพายให้เมื่อยแขน ซึ่งกระเป๋าคาดเอวอาจจะเห็นได้ว่ามีบ้างที่ใช้เวลาไปออกกำลังกาย หรือในวันสบาย ๆ สาว ๆ หลายคนก็มักหยิบกระเป๋าคาดเอวมาเป็นอีกหนึ่งไอเทมเพื่อเพิ่มให้บุคลิกดูโดดเด่นขึ้นได้

กระเป๋าสะพายหลัง  เป็นอีกหนึ่งรูปแบบกระเป๋าที่สาว ๆ วัยรุ่นนิยมใช้กัน เนื่องจากใช้ง่าย ไม่ต้องถือให้เมื่อยมือ อีกทั้งเมื่อใครใช้กระเป๋าสะพายก็ย่อมดูลดอายุลงอีกด้วย ซึ่งกระเป๋าสะพายส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ดูมีความอ่อนวัย มีลูกเล่นเยอะ ดังนั้นเมื่อสาว ๆ ใช้สะพายหลังแล้ว ก็จะยิ่งดูเด็กลงกว่าความเป็นจริงลงไปหลายปีเลยทีเดียว เราจึงไม่ค่อยเห็นสาวๆ รุ่นใหญ่หรือวัยกลางคนใช้กระเป๋ารูปแบบนี้กันสักเท่าไหร่นัก

                การใช้กระเป๋าในปัจจุบันของผู้หญิงไม่เพียงแต่ใช้เพื่อบรรจุสิ่งของเท่านั้น แต่ผู้หญิงยังใช้กระเป๋าเป็นเครื่องประดับอีกด้วย ดังนั้นการแต่งตัวของผู้หญิงจึงไม่ได้หมายถึงการใส่เสื้อผ้าให้ดูเหมาะสมกับตนเองเท่านั้น แต่การเลือกใช้กระเป๋าให้เหมาะกับตนก็นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยเพิ่มบุคลิกของผู้หญิงเราให้ดูดีด้วยนั่นเอง