เผยเทรนด์ช้อปออนไลน์ของไทย รู้ไว้ว่าไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก

หากย้อนกลับไปดูเมื่อประมาณ 5 – 6 ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่า เรื่องของธุรกิจ E-Commerce กับเรื่องของการช้อปออนไลน์ของคนไทยดูจะยังไม่ตื่นตัวและดูพุ่งแรงเหมือนในปัจจุบัน ตอนนี้ต้องยอมรับว่าคนไทยเราสนใจเรื่องของการ ช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์การช้อปปิ้งของคนไทยไปแล้วในตอนนี้ สังเกตได้จากการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ซึ่งตอนนี้เราพบว่า มี E-Commerce เกิดใหม่เยอะขึ้นมากทีเดียว และหากพิจารณากันถึงอัตราการเติบโตในเรื่องการช้อปออนไลน์ของไทยก็ต้องบอกเลยว่าตอนนี้คนไทยเราสนใจเรื่องนี้ก็ไม่แพ้ชาติอื่น ๆ เลยทีเดียว

ในปี 2019 คนไทยเราช้อปออนไลน์ผ่านทางไหนเยอะที่สุด

ตอนนี้เราได้รู้กันแล้วว่า เทรนด์การจับจ่ายของคนไทยเราเปลี่ยนไป คือ ขยับขึ้นไปซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์กันเยอะมากขึ้น และจากข้อมูลที่มีการสำรวจมา พบว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมาคนไทยเราช้อปออนไลน์ผ่านทาง Social commerce กันมากที่สุด นั่นคือราว 40% เลยทีเดียว โดยจะมีการซื้อขายสินค้าและบริการกันผ่าน Social Media มีการแชทคุยกันระหว่างผู้ขายกับลูกค้า รองลงมาก็จะเป็นการซื้อสินค้าผ่านทาง E-Marketplace ซึ่งนั่นก็คือ Lazada, Shopee, JD กลุ่มนี้ก็มีมากถึง 35%  ส่วนที่เหลืออีก 25% นั้นจะเป็นการช้อปออนไลน์ผ่านช่องทางที่เรียกว่า E-Tallers ซึ่งเป็นการซื้อสินค้าและบริการผ่านผู้ค้า E-Commerce ที่มีเว็บไซต์ หน้าร้านหรือแบรนด์ของตนเองอยู่แล้ว ในกลุ่มท้ายสุดนี้ได้รวมการบริการประเภทการให้บริการประเภทรับพนันออนไลน์จากเว็บไซต์รับพนันอย่าง VWIN เข้าไปด้วย แม้จะมีตัวเลขน้อยที่สุด แต่สำหรับวงจรของเงินก็ถือว่าไม่น้อยทีเดียว

การสำรวจยังเจาะลึกลงไปอีกว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านทางมือถือกันมากที่สุดเรียกว่า 99% ของการช้อปออนไลน์กระทำผ่านมือถือแทบทั้งสิ้น ซึ่งหากพิจารณากันตามนี้ก็จะพบว่าในปี 2019 เทรนด์การช้อปออนไลน์ฟูขึ้นมาก เฉลี่ยแล้วโตขึ้นถึง 8.71% เลยทีเดียว

แล้วคนไทยซื้ออะไรผ่านทางออนไลน์กันมากที่สุด

ผลสำรวจได้เจาะลึกลงไปในประเภทของสินค้าต่าง ๆ ซึ่งก็พบว่า สินค้าขายดี หรือสินค้าที่คนไทยสนใจซื้อออนไลน์กันมากที่สุดในปี 2019 ที่ผ่านมาก็จะมีกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก ที่เรียกว่ามาแรงมาก ๆ อันดับรองลงมาก็คือ สินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงาม ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวเลขก็ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ 2 กลุ่มนี้จะแตกต่างกันตรงที่สินค้าในกลุ่มแม่และเด็กนั้นคนซื้อไม่ได้ใช้ แต่ในกลุ่มที่สองที่เป็นสุขภาพและความงาม ส่วนใหญ่คนซื้อก็จะซื้อไว้ใช้ไว้บริโภคเอง ก็จะมีแต่กลุ่มพวกอาหารเสริมที่บางครั้งอาจซื้อไปฝากเท่านั้น ซึ่งกลุ่มความงามโดยมากผู้บริโภคมักต้องการทดลองสินค้า จึงอาจใช้เวลาตัดสินใจนานกว่านั่นเอง

จากตัวเลขสถติข้อมูลที่กล่าวมานี้ คงเป็นข้อบ่งชี้ได้ค่อนข้างชัดเจนเลยว่าวงการ E-Commerce ของไทย รวมไปถึงเรื่องของการช้อปออนไลน์ การขายของออนไลน์กำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงในบ้านเรา นี่อาจเป็นพฤติกรรมของผู้คนที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจของไทยเราในไม่ช้านี้อย่างแน่นนอน