5 พฤติกรรมการซื้อของซ้ำ ๆ ของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่เข้าใจ

คุณผู้ชายหลายๆ ท่านอาจจะเคยปวดหัวกุมขมับและตั้งคำถามกับถามแฟนสาวของตนเองอยู่บ่อยครั้งว่า “ทำไมต้องซื้อของแบบเดิม ลักษณะคล้ายคลึงกันหลายอัน” แต่จริงๆผู้หญิงเป็นเพศที่มองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และแยกย่อยรายละเอียดมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ของแต่ละอันแต่ละชิ้นนั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งสี ทั้งคุณสมบัติ ตามมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่แฟนสาวของคุณซื้อมาซ้ำๆ ให้คุณผู้ชายได้สงสัยบ่อยๆ

  1. ลิปสติก อาจเป็นคำถามที่เหล่าคุณผู้ชายคาใจว่า จะซื้อทำไมในเมื่อของเก่ายังใช้ไม่หมด แถมสีที่ซื้อมาใหม่นั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย แต่ในแง่ของความเป็นจริงแล้วลิปสติกมีหลายยี่ห้อ มีหลายจุดประสงค์ในการใช้ มีหลายโทนสี ถึงแม้ว่าจะมีสีที่ใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกไม่ออก แต่เหล่าสาวๆ เขามีสัญชาติญาณในการแยกสีได้เป็นอย่างดี
  2. รองเท้า สาวๆ มักจะซื้อรองเท้าบ่อยๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งซื้อไปหยกๆ เพราะว่าสาวๆ เขาต้องการได้รองเท้าที่ทันแฟชั่นสมัยอยู่เสมอ และต้องการใส่รองเท้าให้เข้ากับชุดต่างๆ ให้ได้มากที่สุดในแต่ละครั้ง จึงไม่แปลกว่าทำไมสาวๆ ถึงซื้อรองเท้าบ่อยเหลือเกิน
  3. กระเป๋า กระเป๋าใบหนึ่งสำหรับสาวๆ อาจจะเปลี่ยนไปตามการแต่งกายเช่นเดียวกับรองเท้า ดังนั้นแล้วการที่มีกระเป๋าหลายๆ ใบ ถือว่าเป็นความสบายใจและความมั่นใจในการแต่งตัวให้เข้ากับชุดนั้นๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
  4. ครีมบำรุงหน้า คุณผู้ชายอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ครีมบำรุงหน้าตัวเดียว แต่สำหรับสาวๆ หลายคนนั้น การใช้ครีมบำรุงหน้าตัวเดียวยังไม่ตอบโจทย์และยังไม่ทำให้เกิดความพึงพอใจ เหล่าสาวๆ จึงสรรหาครีมบำรุงหน้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวมาใช้ เพื่อทำให้เกิดการบำรุงที่ตรงจุดและเพื่อเสริมความมั่นใจในการแต่งหน้าแต่ละครั้ง ดังนั้นหากหนุ่มๆ ลองศึกษาดีๆ จะพบว่า ครีมบำรุงหน้าที่เหล่าสาวๆ ประทับลงบนหน้านั้น แต่ละตัวทำหน้าที่และบำรุงแตกต่างกัน จึงไม่แปลกว่าทำไมสาวๆ ที่รักความสวยความงามถึงได้มีครีมบำรุงหน้าหลากหลายยี่ห้อ
  5. เสื้อผ้า แม้เหล่าสาวๆ จะบ่นให้คุณผู้ชายฟังอยู่บ่อยๆ ว่า “ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ทั้งๆ ที่เสื้อผ้าเต็มตู้เสื้อผ้าไปหมดจนแทบจะไม่มีที่แขวน” แต่เพราะด้วยความรู้สึกที่สาวๆ คิดว่าเพิ่งใส่ไปเองและใส่บ่อยมาก ทำให้สาวๆ เกิดความเบื่อหน่ายและจำเจกับชุดเดิมที่มีอยู่ จึงสร้างความสุขและความตื่นเต้นใหม่ให้กับตนเองโดยการซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เสียเลย

หากหนุ่มๆศึกษาพฤติกรรมการช้อปปิ้งของแฟนสาวก็จะเข้าใจว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความละเอียดอ่อนชอบพัฒนาบุคลิกภาพและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอย่างไม่หยุดหย่อน และการช้อปปิ้งนั้นเป็นความสุขที่สาวๆ หลายคนหมายปอง แต่สาวๆ ก็อย่าช้อปปิ้งเพลินจนเกินกว่ากำลังเงินของตัวเองนะ เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนแล้วอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปอีกด้วย

หน้าอกหน้าใจเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของผู้หญิง 

การเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวมักจะต้องใช้รายละเอียดเฉพาะบุคคลมากกว่าการเลือกซื้อสินค้าชนิดอื่นๆ อย่างเช่นการเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้า ชุดชั้นใน เป็นต้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องรู้ขนาดตัวของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรประมาณขนาดให้ใกล้เคียงกับผู้สวมใส่ให้ได้มากที่สุด

การเลือกซื้อชุดชั้นใน

                สาวๆหลายคนอาจเคยพบปัญหาในการเลือกซื้อชุดชั้นใน ลองแล้วลองเล่าก็ไม่ถูกอกถูกใจสักที แถมพอใส่ไปนานๆ กลับรู้สึกว่าชุดชั้นในตัวนั้นสวมใส่ไม่สบายและไม่กระชับ เหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะวันนี้จะขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อชุดชั้นในอย่างไรให้เหมาะสมกับขนาดหน้าอกของตัวเอง

  • สำรวจขนาดหน้าอกของตนเอง การซื้อชุดชั้นในให้เหมาะสมและได้ขนาดกับหน้าอกของตนเอง ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้อง แต่ต้องสังเกตให้ดี เพราะว่าชุดชั้นในแต่ละยี่ห้อนั้น มีการเทียบขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น ยี่ห้อ A ขนาด 34 C75 อาจจะมีขนาดที่เล็กหรือใหญ่กว่ายี่ห้อ B หรือ C ก็ได้ ดังนั้นแล้ว หากอยากซื้อชุดชั้นในยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ ผู้ซื้อจำเป็นต้องรู้วิธีการเทียบขนาดของแต่ละยี่ห้อ
  • นื้อผ้า เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เนื้อผ้าของชุดชั้นในควรจะต้องเป็นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหวสรีระ
  • วัสดุในการดันทรง เทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันนั้นมีความก้าวล้ำ ดังนั้นวัสดุที่ใช้ในการดันทรงชุดชั้นในนั้น มีทั้งแบบเป็นเหล็ก เป็นเหล็กผสม เป็นพลาสติก และเป็นแบบผ้าหรือที่บางคนเรียกว่าชุดชั้นในไร้ดันทรงหรือชุดชั้นในแบบกีฬา(sport) นั่นเอง ขั้นตอนการเลือกซื้อชุดชั้นในขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากเลือกผิดขนาดหรือเลือกไม่ตรงกับขนาดหน้าอก จะทำให้วัสดุดังกล่าวกดทับหน้าอกจนเป็นรอยช้ำและหากสวมใส่เป็นประจำอาจทำให้เกิดเป็นรอยช้ำถาวรได้ นอกจากนี้การซักล้างชุดชั้นในควรซักล้างด้วยมือกับสบู่อ่อนๆ และไม่ควรซักล้างกับเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ดันทรงชุดชั้นในบิดผิดรูปได้
  1. สายชุดชั้นใน ชุดชั้นในแบบมีสายยังคงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันยังเป็นจุดที่สร้างปัญหาความรำคาญใจให้กับสาวๆ ได้ไม่น้อย ฉะนั้นแล้วควรเลือกชุดชั้นในที่มีสายที่ยืดหยุ่น มีขอบข้างที่ไม่คมและมีตัวปรับระดับที่แข็งแรง แน่นเหนียวและไม่หลวม
  • ขอบผ้าชุดชั้นใน ควรเลือกซื้อชุดชั้นในที่มีการเย็บเก็บรายละเอียดเป็นอย่างดี เพราะหากเลือกซื้อชุดชั้นในที่มีการเย็บเก็บผ้าแบบหยาบๆ จะทำให้การสวมใส่นั้นเป็นไปด้วยความอึดอัด ไม่สบายตัว หรือเจ็บตัวในที่สุด เพราะการสวมใส่ชุดชั้นในในชีวิตประจำวันทั่วไปของสาวๆ นั้น ไม่ได้สวมใส่เพียงระยะเวลาสั้นๆ

หน้าอกถือเป็นเสน่ห์ทางสรีระอย่างหนึ่งของผู้หญิงทุกคน ดังนั้นแล้วการเลือกซื้อชุดชั้นใน สาวๆทุกคนควรจะตระหนักถึงความเหมาะสมและความสบาย เป็นหลัก และการเลือกสวมใส่ชุดชั้นในที่ถูกต้องนั้นจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สาวๆ ได้อย่างแน่นอน

ซื้อของในห้างสรรพสินค้าอย่างไร ในยุคเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศเป็นไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก หลายๆ คนจึงเกิดความตื่นตัวในการเตรียมพร้อม ทั้งหาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มและหาโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายลง แต่มีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยสักวัน นั่นคือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการบริโภคประจำวัน หรือ การกินนั่นเอง วันนี้จึงมานำเสมอวิธีลดค่าใช้จ่ายสำหรับใครก็ตามที่มีความประสงค์อยากประหยัดสตางค์ในส่วนนี้

ช่วงเวลาที่ควรไปซื้อของในห้าง

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในบ้านเรา ต่างก็มีกลวิธีในการค้าขายที่แตกต่างกันไป แต่จะมีอยู่วิธีหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้ามักจะนำมาใช้ทุกวัน คือ การลดราคาอาหารสดนั่นเอง ในช่วงเวลาก่อนห้างปิดประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะเป็นช่วงเวลาที่ห้างสรรพสินค้าได้นำเอาสินค้าสดมาลดราคา เพราะทางห้างสรรพสินค้าถือคติที่ว่าการระบายสินค้าออกเป็นตัวเงินถึงแม้จะต้องลดราคา ก็ย่อมดีกว่าการระบายสินค้าออกด้วยการเป็นของเสียที่ไม่ได้อะไรเลย

สินค้า 5 ชนิดที่ควรซื้อก่อนเวลาห้างปิด

1.ประเภทผัก ผลไม้ หากไปซื้อก่อนเวลาห้างปิดสักหน่อย คุณก็จะได้ผักและผลไม้ที่มีราคาถูก แต่บางครั้งสภาพสินค้าอาจจะไม่ได้สวยเต็มร้อยเหมือนสินค้าที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ ราคาก็จะลดหลั่นกันไปตามสภาพสินค้า แต่โดยรวมถือว่าสินค้ายังอยู่ในสภาพที่สามารถรับประทานได้

2.ประเภทอาหารปรุงสด เช่น แกง อาหารตามสั่ง เป็นต้น อาหารพวกนี้เป็นอาหารที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้เกินวัน เพราะจะเสียทันทีในวันถัดมา ดังนั้นแล้วหากคุณเป็นคนที่มีพื้นที่จำกัดในการทำอาหาร หรือชีวิตประจำวันของคุณนั้นเร่งรีบ อาหารจำพวกนี้สามารถตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากราคาอาหารจะถูกแล้ว รสชาติของอาหารนั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

3.ขนมไทย เป็นอาหารที่ทางห้างสรรพสินค้าลดราคาทุกวัน มิหนำซ้ำบางชิ้นยังซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอีกด้วย โดยเฉพาะขนมไทยที่มีส่วนผสมมาจากกะทิ

4.ประเภทนม เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่มีอายุสั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสินค้าประเภทนี้ต้องอาศัยการสังเกตจากวันที่ผลิต เพราะโดยปกติแล้วทางห้างสรรพสินค้าจะลดราคาสินค้าประเภทนี้ก่อนวันหมดอายุจริงที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ประมาณ 3-4 วัน

5.เนื้อสัตว์สด เนื้อสัตว์ในห้างจะมีอยู่สองประเภทคือ แบบแช่แข็งและแบบสด แต่แบบสดจะมีการนำมาลดราคาเพื่อเร่งการขายสินค้าให้หมดทันท่วงทีก่อนที่สินค้าจะเปลี่ยนสภาพ โดยส่วนมากสินค้าประเภทเนื้อสัตว์สดที่ลดราคานั้นจะเป็นสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว  

อาหาร 5 ประเภทนี้มีอายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นานนัก ทางห้างสรรพสินค้าจึงเลือกนำมาลดราคาตอนห้างใกล้จะปิด เนื่องจากดูแนวโน้มจากการขายมาทั้งวัน หากขายไม่หมดจริงๆ ก็ต้องนำมาลดราคา เรียกได้ว่ามีเงิน 100 บาท ก็สามารถซื้ออาหารได้หลายอย่างเลย ดังนั้นแล้วหากเราไม่สามารถเปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจและฐานเงินเดือนของเราให้ดีขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังไป เพราะในยุคนี้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตให้เราได้เลือกอีกมากมายหลายทาง และนี่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คุณได้มีโอกาสประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น

10 สินค้าท้องถิ่นตามวิถีชาวบ้านจากเมืองเหนือ

ภาคเหนือเป็นภาคที่มีกลิ่นอายประเพณีและวัฒนธรรมที่ชัดเจนไม่แพ้ภาคใดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทั้งด้านภาษา ด้านอาหาร ด้านประเพณีและวัฒนธรรม รวมไปถึงวิถีชีวิตทางการเกษตร

ลักษณะสถานที่ท่องเที่ยว

ภาคเหนือตั้งอยู่บนที่ราบสูง ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือ คือ ภูเขาหรือม่อนและดอยในภาษาเหนือเป็นหลัก ผู้คนส่วนมากนิยมไปเที่ยวภาคเหนือในฤดูหนาว เนื่องจากมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย ประกอบกับมีดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานในช่วงหน้าหนาว จึงทำให้ทั้งบรรยากาศและทัศนียภาพในหน้าหนาวนั้น สวยงาม สบายตา เหมาะสมแก่การพักผ่อนส่งท้ายปี หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศจากธรรมชาติจนเป็นที่พอใจแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนมากมักจะแวะท่องเที่ยวในเมืองก่อนเดินทางกลับ เพื่อซื้อของฝากไปให้กับคนรู้ใจ ดังนั้นไปดูกันสิว่าสินค้าใดบ้างที่ได้รับความนิยมในการเลือกซื้อ

  1. น้ำพริกหนุ่ม ทำมาจากพริกหนุ่ม กระเทียมและหอมแดง ที่ผ่านการย่าง นำมาปลอกเปลือกและโขลกอย่างหยาบๆ ผสมกับน้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว มีจำหน่ายตามท้องตลาดและขายร้านของฝากทั่วไป มีทั้งแบบสดและแบบสำเร็จใส่บรรจุภัณฑ์
  2. แคบหมู ขึ้นชื่อว่าเป็นของคู่เมืองของชาวเหนือเลยก็ว่าได้ มีหลายแบบให้ลิ้มลอง เช่น แคบหมูกระจก แคบหมูไร้มัน แคบหมูธรรมดา เอาไว้กินคู่กับน้ำพริกหนุ่มและข้าวเหนียวร้อนๆ
  3. ไส้อั่ว เป็นอีกสินค้าที่มีชื่อเสียงไม่แพ้แคบหมูเลยทีเดียว มีรสชาติถึงเครื่องเทศที่อัดแน่นภายในไส้ สามารถนำมาอุ่นและพร้อมรับประทานได้ทันที
  4. เสื้อผ้าสไตล์ชาวดอย หลายคนนิยมใส่กัน เพราะความน่ารักของชุดชาวดอยที่ผสมผสานกับวิถีชาวบ้าน มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกหลายสีสันตามความชื่นชอบ
  5. ใบชาสำเร็จรูป เนื่องจากภาคเหนือเป็นแหล่งปลูกชาพันธุ์ดี ทำให้รสชาติชาที่ชงออกมานั้นก็จะมีความหอมละมุนกว่าชาที่อื่น ดังนั้นแล้วหลายคนจึงนิยมเลือกซื้อใบชาสำเร็จกลับมาฝากคนรู้ใจ
  6. สตรอเบอร์รี่ เป็นสินค้าที่แทบจะไม่มีใครพลาดในการซื้อกลับไปเป็นของฝากเลย เพราะสตรอว์เบอร์รีจะมีวางจำหน่ายเฉพาะหน้าหนาว มีให้เลือกหลายขนาดและหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่อื่นอีกด้วย
  7. ข้าวแต๋นน้ำแตงโม เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำมาจากข้าวเหนียว และราดด้วยน้ำตาลปี๊บเคี้ยวเหนียว
  8. ข้าวซอยตัด เป็นขนมยอดฮิตของชาวเหนือ ซึ่งทำมาจากแป้งสาลีผสมกับไข่ จากนั้นนำมาทอดและราดด้วยน้ำอ้อยเคี้ยวหรือน้ำตาลปี๊บ
  9. แหนมหรือจิ๊นส้ม นับว่าเป็นสินค้าที่เดินไปทางไหนในภาคเหนือ ก็จะเห็นวางขายในหลายๆร้านแน่นอน เพราะแหนมของทางภาคเหนือนั้นมีรสชาติที่อร่อยและกลมกล่อม
  10. เมล็ดกาแฟ สำหรับคอกาแฟแล้วไม่ควรพลาดการซื้อเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีจากการไปเที่ยวภาคเหนือ เนื่องจากเมล็ดกาแฟของทางภาคเหนือนั้นมีรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากการคั่วที่ชัดเจน

หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเมืองเหนือในหน้าหนาว อย่าลืมอุดหนุนสินค้าของคนในท้องถิ่นเป็นหลักนะ ถือเป็นการสนับสนุนสินค้าของคนในท้องถิ่นและสนับสนุนให้คนในท้องถิ่นได้มีอาชีพอย่างยั่งยืนอีกด้วย

5 สินค้าธรรมดาของชาวไทยที่กลายเป็นสินค้าโดนใจของชาวมาเลเซีย

ประเทศไทยมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ ทิศเหนือติดต่อกับประเทศพม่าและลาว ทิศตะวันออกติดต่อกับลาวและกัมพูชา ทิศตะวันตกติดต่อกับพม่า และทิศใต้ติดต่อกับมาเลเซีย จึงทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศขึ้น ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่แตกต่างกันไป  อย่างที่จะกล่าวคือ ประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีกฎหมายควบคุมสินค้าข้ามแดนที่เข้มงวดเป็นอย่างมากและสินค้าบางประเภทนั้นไม่มีจำหน่ายในประเทศ ดังนั้นจึงทำให้ชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อซื้อสินค้าที่ต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง

5 สินค้าไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวมาเลเซีย

  1. ขนมประเภทซองทุกชนิด เนื่องจากในประเทศมาเลเซียมีการวางจำหน่ายขนมประเภทซองที่ไม่หลากหลายเหมือนประเทศไทยนัก และบางยี่ห้อนั้นออกจำหน่ายรสชาติเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นแล้วการซื้อขนมประเภทซองจึงเป็นวัตถุประสงค์ขั้นแรกๆ ของการมาเยือนเมืองไทยเลยก็ว่าได้
  2. ข้าวสาร เป็นสินค้าที่ทางรัฐบาลมาเลเซียไม่ได้เปิดเสรีการซื้อให้กับคนในประเทศมากนัก จึงทำให้ในประเทศมาเลเซียมีให้เลือกซื้อทานได้ไม่กี่สายพันธุ์ อีกทั้งข้าวสารพันธุ์ไทยนั้นมีรสชาติและคุณภาพที่ดีกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เราจะเห็นชาวมาเลเซียซื้อข้าวสารคราวละหลายๆ ถุงอย่างมีความสุข
  3. ผลไม้ตามฤดูกาล เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะราคาผลไม้ที่ซื้อในประเทศไทยนั้น มีราคาถูกและหลากหลายสายพันธุ์กว่าผลไม้ที่ซื้อในประเทศตัวเอง เช่น มังคุด ทุเรียน มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จึงซื้อผลไม้ตามฤดูกาลของไทยไปเป็นของฝากก่อนกลับประเทศตนเอง
  4. พระเครื่อง ถึงแม้ว่าประเทศมาเลเซียจะให้ความสำคัญกับชาวมุสลิมเป็นอันดับหนึ่ง แต่ประชากรส่วนหนึ่งของประเทศนั้นมีทั้งชาวจีน ชาวอินเดีย และอื่นๆ ดังนั้นแล้วมีชาวมาเลเซียบางท่านให้ความสนใจในเรื่องของพระเครื่องเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการเข้ามาท่องเที่ยววัดวาอารามในประเทศไทย พร้อมทั้งบูชาพระเครื่องกลับบ้านตัวเองไปอย่างเลื่อมใสศรัทธา
  5. เสื้อผ้า ถือเป็นสินค้ายอดนิยมอีกสินค้าหนึ่งที่ชาวมาเลเซียนิยมซื้อ โดยปกติจะนิยมซื้อเสื้อผ้าทั่วไปตามท้องตลอดหรือในห้างเป็นหลัก แต่หากเป็นช่วงเทศกาล ความต้องการซื้อก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ เพราะนอกจากเสื้อผ้าจะมีสีสันฉูดฉาดตาแล้ว ยังมีราคาถูก สวมใส่สบาย และสามารถเก็บไว้เป็นเสื้อที่ระลึกได้อีกด้วย

สินค้าเหล่านี้หากมองโดยสายตาชาวไทยแล้ว ล้วนเป็นเพียงสินค้าธรรมดาที่พบเจอได้ทั่วไปในท้องตลาด แต่สำหรับชาวมาเลเซียแล้วคือสินค้ายอดฮิต ที่สามารถซื้อกลับไปใช้ไปกินในประเทศเขาได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นแล้วเราต้องช่วยกันรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในด้านการค้า โดยการซื้อขายอย่างตรงไปตรงมาดุจกับว่าเขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง ไม่โก่งราคา และให้การต้อนรับกับพวกเขาอย่างอบอุ่น เพียงเท่านี้ เขาก็จะกลับมาอุดหนุนสินค้าในประเทศเราอย่างต่อเนื่องแน่นอน

5 เครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมบูชา

ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อในเรื่องของการบูชาวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังต่าง ๆ เพื่อเสริมดวงหรือเสริมบารมีตามที่ตนเองต้องการ แต่ยังพบว่าหลาย ๆ ชาติต่างก็มีการบูชาวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังตามความเชื่อที่แตกต่างกันไปอีกด้วย และกว่าจะกลายมาเป็นวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังแต่ละชิ้นนั้นไม่ง่ายเลย เพราะต้องผสมผสานทั้งความเชื่อ ความเลื่อมใสศรัทธา และความแกร่งกล้าทางวิชาอาคมของผู้ปลุกเสกเข้าไว้ด้วยกัน

การเลือกซื้อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังนั้น ไม่ต่างไปจากการซื้อของในห้างแบบทั่วไปเท่าไหร่นัก เพราะการเลือกซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักจะมาจากความต้องการ ความชอบ และความเหมาะสม เพียงแต่ว่าการเลือกซื้อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังนั้น จะต้องมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ทีนี้มาลองดูกันว่าวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังใดบ้างที่ได้รับความนิยม และแต่ละอันมีวัตถุประสงค์ใดบ้างในการบูชา

วัตถุมงคลและเครื่องรางของคลัง

  • กุมารทอง เป็นเครื่องรางของขลังที่เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติและลักษณะที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับจินตนาการและภาพจำของแต่ละคน แต่โดยส่วนมากแล้วกุมารทองจะมีลักษณะเป็นเด็กผู้ชายผูกผมแกละ ใส่เสื้อผ้าลายไทยโบราณ มีสายสังวาลย์ทับไขว้บริเวณหน้าอก นิยมบูชาเพื่อส่งเสริมในเรื่องของการทำมาค้าขาย
  • ปี่เซียะ พอเอ่ยชื่อนี้ปุ๊บ ทุกคนแทบรู้ว่าต้องมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนแน่นอน ปี่เซียะ เป็นสัตว์ในจินตนาการของคนจีน ซึ่งมีการผสมผสานสัตว์ 5 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน คือ มังกร กวาง แมว อินทรี และราชสีห์ มีไว้เพื่อเสริมทรัพย์ ให้โชคลาภ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากชีวิตของผู้บูชา ปัจจุบันปี่เซียะแบบสร้อยข้อมือหรือแบบเป็นสร้อยคอ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพกพาสะดวกและสามารถแต่งให้เข้ากับชุดอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
  • แก้วขนเหล็ก เป็นหินที่มีลักษณะใสดั่งแก้ว มีขนสีดำเป็นเส้นเล็ก ๆ ขีดไปมาอยู่ในหินแก้ว ผู้บูชานิยมนำมาใส่ในรูปแบบแหวนและมีความเชื่อว่าแก้วขนเหล็กสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย และให้โชคลาภได้ ปัจจุบันราคาแก้วขนเหล็กนั้นสูงขึ้น มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน เพราะเป็นวัตถุมงคลหรือเครื่องรางที่ได้รับความนิยมสูง ในขณะที่หาได้ยาก
  • ตะกรุด ทำมาจากแผ่นโลหะบาง ลงอักขระโบราณ และถูกปิดผนึกไว้ในหลอดแก้ว ซึ่งในสมัยก่อนมีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่นิยมพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้มีการดัดแปลงรูปแบบของตะกรุดให้เล็กลงเพื่อความสะดวกในการพกพา อีกทั้งยังมีการทำตะกรุดแบบสร้อยคอมือและจี้แขวนคอออกมาให้บูชากัน จึงทำให้ผู้หญิงหลายท่านหันมานิยมบูชาตะกรุดกันบ้างแล้ว โดยผู้บูชาตะกรุดนั้น มีความเชื่อว่า หากพกพาตะกรุดไปที่ใด จะทำให้ตนเองแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง
  • เหล็กไหล ทางวิทยาศาสตร์เป็นเพียงแร่ธาตุชนิดหนึ่ง แต่ในทางไสยศาสตร์ คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาบูชาเพื่อความอยู่ยงคงกระพัน ทำให้แคล้วคลาดจากของมีคมทุกชนิด มีน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เหล็กไหลแท้ไปบูชา เพราะเหล็กไหลเป็นแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและหาได้ยากเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าหลายคนจะมีความเชื่อในเรื่องวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่แตกต่างกันไป แต่อย่าลืมเชื่อความจริงที่ว่า ความประมาทนำไปสู่หนทางแห่งความตาย และอย่าลืมบทกลอนที่คอยสอนเรามาตั้งแต่เล็กว่า อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา เพราะส่วนมากแล้วการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมากจากตัวเราทั้งสิ้น ให้วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังเป็นเพียงที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามท้อแท้ แต่อย่าให้เป็นทั้งหมดของชีวิต จนกลายเป็นคำว่า   งมงาย เพราะไม่มีผู้ใดที่แคล้วคลาดจากการประมาท และไม่มีผู้ใดประสบความสำเร็จจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว

9 ของใช้จำเป็นที่ผู้หญิงต้องพกไว้ให้อุ่นใจ

เป็นไหม? ที่เวลาไปไหนมาไหน ผู้หญิงเราต้องขอพกโน่นพกนี่ใส่กระเป๋าไปด้วย เพื่อข้ออ้างที่ว่าขอแค่ได้พกไป ถึงแม้ไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร อุ่นใจไว้ก่อน แต่สาว ๆ บางคนบอกว่าไม่เลย ไม่ชอบพกอะไรเยอะ ๆ แต่เชื่อเถอะว่ามันมีต้องสักอย่างสองอย่างในลิสต์นี้แน่นอน ดีไม่ดีบางคนมีหมดทุกอย่าง ว่าแต่มีอะไรบ้างไปดูกัน

ของใช้จำเป็นที่สาว ๆ ต้องมีในแต่ละวัน

1.กระเป๋าเครื่องสำอางขนาดเล็ก สาว ๆ ส่วนใหญ่มักยอมตื่นเช้า เผื่อเวลาแต่งหน้าก่อนออกจากบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง หรือถ้าแต่งเก่งขั้นเทพแล้วก็เผื่อเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงพอ แล้วก็จะแบ่งเครื่องสำอางที่จำเป็นเอาไว้เติมระหว่างวัน ซึ่งต้องมีแป้งฝุ่น บลัชออน ลิปสติก ที่ดัดขนตา มาสคาร่า อายไลน์เนอร์ (นี่ยังน้อยนะ)

2.ทิชชู่เปียก/แห้ง ทิชชู่สารพัดประโยชน์ ทิชชู่แห้ง สำหรับเช็ดปาก ซับเหงื่อ ฯลฯ ทิชชู่เปียก เอาไว้เวลาที่มีคราบเลอะเล็ก ๆ น้อย ๆ เรียกได้ว่านึกอยากเช็ดอะไรก็เช็ดได้หมดทั้งแบบแห้งและแบบเปียก

3.ผ้าอนามัย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องลุ้นกันทุกเดือนว่าจะมาวันไหน เพราะบางคนไม่ได้มาตรงกันทุกเดือน หากเป็นแบบนี้สิ่งนี้ยิ่งต้องพกเข้าไปใหญ่ จะได้ทันสถานการณ์

4.สมุดโน้ตกับปากกา เอาไว้จดโน่นจดนี่ได้หลายอย่างเลย จะจดว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง วันนี้ต้องซื้ออะไรเข้าบ้านบ้าง หรืออยากจะจดอะไรก็จดได้เลย เพื่อกันลืม

5.แว่นกันแดด เพราะแดดเมืองไทยร้อนมาก การใส่แว่นกันแดดก็เป็นทางหนึ่งที่ช่วยรักษาดวงตาของเราไม่ให้ต้องสู้แสงมากเกินไป และสำหรับสาว ๆ บางคน แว่นกันแดดถูกใช้เป็นเครื่องประดับ เสียบที่เสื้อไว้ให้ดูเท่ ดูชิคไปอีก

6.แอลกอฮอล์ล้างมือ หากต้องไปในที่ที่ไม่มีน้ำล้าง แอลกอฮอล์ล้างมือดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด สมัยนี้มีแอลกอฮอล์ขนาดพกพาออกวางจำหน่ายเยอะ สาว ๆ เลือกได้เลยว่าจะพกยี่ห้อไหนดี

7.สเปรย์ดับกลิ่นปาก สิ่งนี้ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ว่าเราอาจไม่รู้เลยว่าเรามีกลิ่นปากหรือไม่ บางคนอาจฉีดมาตอนออกจากบ้านก่อนไปทำงานหรือก่อนพบปะผู้คน หรือจะใช้หลังจากทานอาหารเสร็จก็ได้ เพื่อเสริมความมั่นใจ

8.ไหมขัดฟัน สิ่งนี้จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับสาว ๆ หลังทานอาหารเสร็จ เพราะเป็นการช่วยนำเอาเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันออกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ทำให้ฟันห่าง

9.กระดาษซับมัน เพราะเมืองไทยมีอากาศที่ร้อนซะเป็นส่วนใหญ่ ผนวกกับสาว ๆ บางคนมีผิวหน้าที่มันถึงมันมาก ดังนั้น การได้ซับหน้าเพื่อเอาความมันบนใบหน้าออก จึงเป็นอะไรที่สบายหน้ามาก ๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างสาว ๆ จาก 9 สิ่งที่กล่าวมา ใครมีครบตามนี้บ้างเอ่ย หากมีครบทุกอย่างที่กล่าวมา ไม่อยากจะคิดเลยว่าขนาดของกระเป๋าจะใหญ่แค่ไหน ก็ระวังเรื่องปวดหลัง ปวดไหล่กันด้วยล่ะ แต่ถ้าพกสิ่งของเหล่านี้แล้ว ร่างกายยังรับไหว ยังเป็นอะไรที่อุ่นใจอยู่ ก็พกเถอะ

เลือกพรมอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้อง

เพราะ “บ้าน” นับเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา ที่เราจะใช้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในตัวบ้านจะถูกแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ ตามการใช้สอย อาทิ ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน และห้องน้ำ เป็นต้น ซึ่งบางบ้านอาจเพิ่มเสน่ห์ให้กับบ้านด้วยการเลือกใช้ “พรม” ซึ่งการเลือกใช้พรมในแต่ละห้อง จะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง ไปดูกัน

ห้องนี้ควรเลือกพรมแบบไหน?

การเลือกพรมให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละห้องนั้นไม่ยากอย่างที่หลายคนกังวล ต้องเลือกอย่างไร ไปเริ่มห้องแรกกันเลย

1.ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น

จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเป็นห้องที่เป็นหน้าเป็นตาของบ้าน พร้อมทั้งยังเป็นห้องที่คนในครอบครัวจะใช้เวลาในการพักผ่อนกับห้องนี้มากที่สุดก็ว่าได้ ดังนั้น ถ้าสไตล์การออกแบบของห้องเป็นแนวโมเดิร์น การเลือกพรมควรเป็นพรมที่มีลักษณะที่ดูอบอุ่น ขนฟู หนานุ่ม ผืนใหญ่พอประมาณ แต่หากสไตล์ของห้องเป็นแนวคลาสสิกหรือแนวโอเรียนทัล พรมที่ใช้ควรเป็นพรมขนสั้น จะดูเข้ากันมากกว่า

2.ห้องรับประทานอาหาร

ห้องนี้จะเป็นห้องที่เลอะเทอะมาก เพราะเวลาที่เรารับประทานอาหารนั้น คงจะต้องมีเศษอาหารกระเด็นตกลงบนพื้นกันทุกวัน หรืออาจมีน้ำหกเลอะในบางวัน การเลือกพรมสำหรับห้องนี้ ควรเป็นพรมขนสั้น ง่ายต่อการทำความสะอาด

3.ห้องนอน

เป็นห้องที่เราต้องใช้พักผ่อน เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ในร่างกาย พรมที่ใช้ควรเลือกเป็นลักษณะขนสั้น และหากเป็นห้องนอนของเด็ก ๆ สีของพรมสามารถเลือกแบบสีสันสดใสได้เลย เพราะเป็นการกระตุ้นการเคลื่อนไหวและจินตนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี

4.ห้องน้ำ

ห้องน้ำก็ใช้พรมได้ด้วยหรอ? ใช้รองตรงฐานชักโครก เพื่อรองรับเท้าเวลานั่งทำภารกิจ แถมยังให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายเท้าอีกด้วย ลักษณะขนของพรมควรเป็นแบบขนสั้น ซึ่งจะดูแลได้ง่ายกว่าขนฟู

5.ห้องครัว

ห๊ะ! ห้องครัวก็ใช้พรม? ใช่แล้ว แต่พรมที่ใช้ต้องเป็นพรมไร้ขน เพราะแน่นอน ขึ้นชื่อว่าห้องครัว โดยเฉพาะหากเป็นครัวไทยที่มีส่วนประกอบมากมาย อาจทำให้พรมเลอะได้ง่าย และหากเลือกเป็นพรมขนสั้น จะยิ่งทำให้ดูแลยากถึงยากมาก

จริง ๆ แล้วการเลือกพรมมีเทคนิคที่ง่าย ๆ เพียงนิดเดียว โดยเริ่มพิจารณาในเรื่องของการใช้สอยเป็นหลัก (Function) ห้องไหนใช้ประโยชน์ในด้านใด แล้วค่อยมาตัดสินใจเลือกว่าจะเป็นพรมขนยาว พรมขนสั้น หรือพรมไร้ขน จากนั้นมาดูเรื่องโทนสี โดยเลือกให้เข้ากับห้องนั้น ๆ รวมไปถึงลวดลาย (Design) ที่เหมาะสมไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสไตล์ของบ้านด้วยว่าเป็นสไตล์ไหน อาทิ โมเดิร์น คลาสสิก เรอเนสซองซ์ โอเรียนทัล หรือลอฟท์ เป็นต้น เพียงเท่านี้ ห้องต่าง ๆ ภายในตัวบ้านก็จะดูดีมีสไตล์ขึ้นมาทันที เรียกได้ว่าเจ้าของบ้านต้องตกหลุมรักบ้านตัวเองอย่างแน่นอน

ส่อง เทรนด์ทรงผมผู้หญิง ปี 2019  เทรนด์ไหนรุ่ง เทรนด์ไหนร่วง

เวลาผ่านไวเหมือนโกหก เผลอแบบเดียวพวกเราก็ก้าวข้ามมาปีใหม่ 2019 กันแล้ว สาว  ๆ หลายคนอาจจะกำลังเตรียมปรับลุคใหม่ โดยจะเริ่มจากการมองหาทรงผมใหม่ ๆ ให้ตัวเอง สร้างสีสันให้ชีวิตอีกมุมนึงบ้าง เสิร์จหาในกูเกิ้ล ทรงนู้นก็ดี ทรงนี้ก็ชอบ ทีนี้ก็กลายเป็นเลือกไม่ถูก ลองแวะทางนี้ก่อน เพราะที่นี่…เรานำทรงผมใหม่ เทรนด์ปี 2019 มาให้ได้เป็นไอเดียกัน ทรงไหนเข้าตาเรา เลือกเลย!

 เทรนด์นี้ดี ทรงนี้ตัดแล้วปัง

1.ทรงบ๊อบสั้น

จะดีมากหากข้างหลังเป็น “บ๊อบทุย” หรือ “บ๊อบเท” เหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ถ้าจะเพิ่มความร้อนแรงอีกนิด แนะนำทำสีผมแบบไฮไลท์ จะเป็นอะไรที่สุดจริง ๆ รับรองทรงนี้จะเพิ่มความโดดเด่น เสริมบุคลิกให้อย่างมากทีเดียว

2.ทรงบ๊อบสั้นตัดตรง

หรือสาว ๆ บางคนชอบแบบตัดบ๊อบสั้นตรงธรรมดาก็ได้ ทรงนี้ยัง เทรนด์อยู่ แต่แต่งทรงให้ดูแบบว่าหาแสกไม่เจอ ดูเซอร์หน่อย ๆ บอกเลยว่าจะดูเซ็กซี่แบบคิวท์ ๆ มากเลยทีเดียว แลดูเหมือนสาวญี่ปุ่นนิด เกาหลีหน่อย หรือถ้าจะทำสีผมไม่แนะนำไฮไลท์ เพราะจะดูแรงไป แบบนี้ไม่ เทรนด์ แต่ควรทำให้ทั่วศีรษะจะดีสุด

3.ทรงผมยาวสไลด์ มีวอลลุ่ม

ยัง…ผมยาวยังไม่หลุดเทรนด์ ทำได้อยู่ เพียงแต่สาว ๆ ที่รักผมยาว แนะนำให้สไลด์ปลายผม แต่งทรงกันสักนิด เพื่อให้ดูผมมีวอลลุ่ม ไม่บาน ไม่ฟูฟ่อง ไม่กระจาย ที่สำคัญ หากเพิ่มเสน่ห์ด้วยการทำสีผมหรือทำไฮไลท์ล่ะก็ รับรอง ใครเห็นใครก็เหลียวแน่นอน แต่…หากใครที่ใจรักแอบเสียดายปลายผม ชอบให้ยาวเท่ากันแล้วล่ะก็ แบบนี้ไม่ เทรนด์แล้ว ซึ่งข้อดีของการสไลด์ผม แต่งปลายก็เปรียบเหมือนการตัดแต่งเอาปลายผมที่เสียออกด้วย ช่วยให้เราได้เริ่มการบำรุงเส้นผมได้ใหม่

4.ทรงม้าเต่อ ด้านหลังสั้นตรง

เมื่อก่อนใครที่ตัดม้าเต่อจะถูกคนอื่น ๆ ที่พบเห็นแอบอมยิ้ม เพราะดูตลก แต่เดี๋ยวนี้ ม้าเต่อเป็นอีกหนึ่งทรงที่ได้รับความนิยมกันมาหลายปี ไม่ตก เทรนด์สักที ส่วนใหญ่สาว ๆ ที่หลงใหลทรงนี้จะออกแนวอาร์ต ๆ แต่งตัวเซอร์ รองเท้าผ้าใบ หรือไม่ก็รองเท้าหนังคล้ายผู้ชายไปเลยก็มี

ถ้าต้องการเพิ่มความร้อนแรงขั้นสุด มี 2 อย่าง คือ ทำสีแบบทั่วทั้งศีรษะหรือไม่ก็ฟอกผม ทำสีเด่น ๆ ไปเลย อาทิ สีเทา สีน้ำเงิน สีชมพู ฯลฯ รับรอง แซ่บสุดในสามโลก

5.ทรงม้าเต่อ ด้านหลังสั้น ดัดอ่อน

ทรงนี้ก็เช่นกัน เป็นทรงฮิตที่ดูน่ารัก แต่เน้นว่าต้องดัดอ่อน ซึ่งแรก ๆ ถ้าบอกช่างที่ร้านว่าเอาทรงนี้ หลังเดินออกจากร้านอาจจะยังไม่เซลฟ์เท่าไหร่ เพราะส่วนที่ดัด มันจะยังเป็นลอนเยอะอยู่ ต้องรออีกสักระยะถึงจะเข้าที่ ลอนก็จะค่อย ๆ คลายลงเอง

เป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วคุณล่ะ จะเลือกทรงไหนดี?

เลือกแหวนอย่างไรให้นิ้วดูสวย

เรื่องความสวยความงาม การสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวเองนั้น ใคร ๆ ก็ชอบ เครื่องประดับอย่าง “แหวน” จึงเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนมักจะนิยมเลือกมาสวมใส่กัน แต่จะเลือกอย่างไรให้เป็นการเสริมบุคลิก เลือกอย่างไรที่ใส่แล้วสวยเข้ากับนิ้วและมือของเรา หรือจะเลือกอย่างไรให้ดูดีมีรสนิยม วันนี้มีข้อมูลมาฝาก

นิ้วทรงนี้กับแหวนทรงไหน?

1.สาวนิ้วอวบ

การเลือกแหวนสำหรับสาวนิ้วอวบ หัวแหวนควรจะให้มีลักษณะที่ใหญ่สักหน่อย เพราะหากเลือกแบบเล็ก ๆ แล้ว ยิ่งจะส่งผลให้เห็นเนื้อนิ้วดูเยอะ ยิ่งทำให้ดูอวบ ส่วนบ่าแหวนควรเป็นขนาดกลางหรือเล็กก็ได้ แต่ไม่ควรใหญ่ทึบ เพราะยิ่งจะทำให้นิ้วดูอวบตันมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญ ไม่ควรเลือกแหวนที่พอดีนิ้วมากเกินไป ไม่อย่างนั้นเนื้อนิ้วรอบแหวนจะนูน ทำให้ดูเจ้าเนื้อมากยิ่งขึ้น

ทรงเพชรหรือทรงอัญมณีที่แนะนำ : ทรงหยดน้ำ, ทรงวงรี, ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

2.สาวนิ้วเรียว

เรียกว่าเป็นอิจฉา และเป็นที่ใฝ่ฝันของสาว ๆ หลาย ๆ คนเลยทีเดียว เพราะสามารถใส่ได้หลายรูปทรง แต่หากต้องการความบาลานซ์ สาวนิ้วเรียวควรเลือกหัวแหวนควรเลือกในแบบที่มีหน้ากว้างซักหน่อย หากเลือกแบบเล็ก ๆ แล้ว ยิ่งจะส่งให้นิ้วดูยาวและดูโล่งเกินไป ส่วนบ่าแหวนสามารถเลือกให้หนาสักนิดหรือจะเป็นก้านแหวน 2 เส้นคู่ก็ได้ หรือถ้าเป็นสาวที่ออกห้าว ๆ หน่อย สามารถเลือกใส่แหวนเรียบ ๆ ทรงปลอกมีดก็ดูดี ดูเท่เบา ๆ ในวันชิลล์ ๆ แต่อย่าให้ใหญ่มาก เพราะเดี๋ยวจะดูแมนไป

ทรงเพชรหรือทรงอัญมณีที่แนะนำ : ทรงกลม, ทรงที่มีความยาวแบบขวางนิ้ว, ทรงวงรี, ทรงหยดน้ำ, ทรงมาคีย์

3.สาวนิ้วสั้น

สาว ๆ ที่มีลักษณะของนิ้วสั้น แต่ใจรักแหวนนั้น การเลือกแหวนให้เหมาะกับนิ้วจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเลือกทรงไม่ดี ไม่เข้ากับนิ้วของเราแล้ว จะส่งผลให้เราดูเฟลทันที บ่าแหวน แน่นอน ไม่ควรหนาและตัน ไม่อย่างนั้นนิ้วเราจะดูสั้นลง แนะนำควรเป็นก้านแหวนขนาดเล็กหรือขนาดกลางจะดีที่สุด การเลือกแหวนสำหรับสาวนิ้วสั้นนี้ ดูเหมือนจะยากใช่ไหม ความจริงไม่เลย ขอแค่จำไว้อย่างเดียว….ตามนี้

ทรงเพชรหรือทรงอัญมณีที่ควรหลีกเลี่ยง คือ แหวนทรงสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นแบบจัตุรัสหรือแบบผืนผ้า ทรงเหล่านี้จะยิ่งทำให้นิ้วเราดูตัน และสั้นลง ทรงอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ สามารถเลือกใส่ได้

4.สาวข้อนิ้วใหญ่

ข้อนี้อาจโดนใจใครบางคน เหตุเพราะชอบหักนิ้วให้ดังกร๊อบแกร๊บ มารู้ตัวอีกที อ้าว! ข้อแตก งานเข้าเพราะเวลาเลือกขนาดแหวนก็จะสับสนไม่รู้จะเอาขนาดที่ข้อนิ้วเป็นหลัก หรือจะเอาขนาดที่โคนนิ้วเป็นหลัก ไม่รู้จะเอาแหวนทรงไหนดีที่อำพรางข้อได้ อ่ะ…มาดูกัน

การเลือกขนาดแหวนสำหรับสาวข้อใหญ่ หากเลือกที่เข้าข้อได้พอดี เวลาลงไปที่โคนนิ้วก็จะหมุนไปหมุนมา สร้างความรำคาญให้ ดังนั้น ควรเลือกแหวนที่สามารถผ่านข้อลงไปได้เพียงเล็กน้อยเป็นพอ บ่าแหวนเลือกให้มีความใหญ่สักหน่อย เพื่อที่แหวนจะได้ไม่หมุนรอบนิ้ว เพราะหากบ่าแหวนเป็นก้านเล็กจะทำให้หลวม และหน้าแหวนไม่อยู่กึ่งกลางนิ้ว ดูไม่สวยงาม

ทรงเพชรหรือทรงอัญมณีที่แนะนำ : ทรงไหนก็ได้ แต่ไม่ควรเลือกที่เป็นเม็ดชูมากไป เพราะจะยิ่งส่งให้เห็นข้อที่ใหญ่มากขึ้น

การเลือกแหวนให้เข้ากับนิ้ว เพื่อเสริมบุคลิก ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดสักหน่อยถึงจะทำให้เราดูโดดเด่น และมีบุคลิกที่น่ามอง